"สมคิด" นำทัพรมต.ด้านศก.เจรจาการค้าโอมาน ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าไทย - โอมาน เพิ่ม 3 เท่าในอีก 5 ปีข้างหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานจากประเทศโอมานว่า เมื่อเวลา 08.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นำทีม 4 รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และภาคเอกชนไทยกว่า 20 ราย เดินทางเยือนรัฐสุลต่านโอมาน อย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 31 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2559
นายสมคิด ให้สัมภาษณ์ในระหว่างการเยือนครั้งนี้ว่า การเดินทางมาครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ไทยและโอมานได้เจรจาการค้า-การลงทุนระหว่างกันอย่างเป็นทางการ จึงเป็นความตั้งใจของไทย ที่จะเข้ามาเจรจาการค้าการลงทุนในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งถือว่าโอมานเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงและกำลังพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งเป็นประตูสู่กลุ่มประเทศในกลุ่มอ่าวอาหรับ เพื่อให้ไทยจะสามารถนำสินค้าเข้ามาบุกตลลาดตะวันออกกลางได้มากขึ้น โดยปัจจุบันไทยและโอมานมีมูลค่าด้านการค้าร่วมกันอยู่ที่ 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีการตั้งเป้าไว้ให้เพิ่มขึ้นเป็น3เท่าในอีก5ปีข้างหน้า
นายสมคิด กล่าวว่า ขณะนี้ โอมานอยู่ระหว่างการสร้างเมือง พัฒนาประเทศ และลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จึงเป็นโอกาสทีนักลงทุนไทยจะเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโรงแรม อสังหาริมทรัพทย์ อุตสาหกรรมยา เวชภัณฑ์ ศูนย์บริการด้านสุขภาพ (Health city)
นายสมคิด กล่าวอีกว่า ในเรื่องความร่วมมือด้านพลังงาน ไทยกับโอมานได้ร่วมมือกันในลักษณะร่วมทุนทางด้านน้ำมัน ซึ่งตอนนี้โอมานได้เปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ และต้องการให้ไทยเข้ามาลงทุนเพิ่ม โดยจะให้สิทธิพิเศษทางการค้า และปลอดภาษีให้กับไทยเป็นพิเศษ โดยที่ไทยสามารถเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตสินค้า ประเภทเคมีภัณฑ์ แร่ เวชภัณฑ์และอาหารแปรรูปฮาลาล และสามารถนำสินค้าส่งออกไปขายยังกลุ่มประเทศอาหรับต่อได้
นายสมคิด กล่าวด้วยว่า ส่วนการพบปะหารือกับ นายซาเล็ม นัสเสอร์ อัล-อีสมัยลี (Dr.Salem Nasser Al-Islmaily) ประธานองค์การการค้าและการลงทุนของโอมาน ในวานนี้(31 ม.ค.) ทางโอมานขอให้ไทยเตรียมรายชื่อนักธุรกิจรายใหญ่ไว้เพื่อแลกเปลี่ยนการเยือนเพื่อแสวงหาความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน ขณะเดียวกันโอมานพร้อมส่งนักธุรกิจรายใหญ่ของโอมานเยือนไทยในเดือนมิ.ย.นี้
นายสมคิด กล่าวด้วยว่า ในการเยือนครั้งนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและโอมานได้มีการลงนามเอกสาร จดหมายแสดงความสนใจเพื่อเป็นกรอบการเจรจาในการเข้าร่วมกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future fund) เพื่อแสดงเจตจำนงให้การสนับสนุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐของไทยด้วย โดยได้มีการมอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังสานต่อเรื่องดังกล่าว
ขณะเดียวกันโอมานสนับสนุนไทยร่วมทำข้อตกลงเปิดเขตการค้าเสรี หรือFTA ระหว่างไทยกับประเทศในกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ หรือ GCC ประกอบการด้วย ซาอุดิอาราเบีย คูเวต โอมาน สหัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และบาห์เรน เพื่อเปิดเสรีความร่วมมือทางการค้า-การลงทุน และลดอุปสรรคระหว่างกัน อีกทั้งขยายความร่วมมือในระดับภูมิภาค โดยที่ไทยได้เห็นประโยชน์จากการที่กลุ่ม GCC ได้ทำFTA กับสหรัฐอเมริกา โดยจะทำให้ไทยสามารถได้ประโยชน์ในความร่วมมือนี้ด้วย
นอกจากนี้ทางโอมานยังสนับสนุนให้ไทยทำสัญญาการค้าเสรี หรือ เอฟทีเอ ทำให้ไทยสามารถส่งสินค้าไปสหรัฐฯได้มากขึ้น







