คาดไตรมาส 4 ยังคงขาดทุนต่อเนื่อง
ประเด็นการลงทุน
เราเชื่อกำไรไตรมาส 4/58 ได้แตะจุดต่ำสุดไปแล้ว และคาดกำไรสุทธิจะออกมาใกล้เคียงกับระดับจุดคุ้มทุนในไตรมาส 1/59 ก่อนพลิกกลับมากำไรในไตรมาส 2/59และฟื้นตัวดีในครึ่งหลังปี 2559 โดยมีปัจจัยจากราคาเนื้อไก่และสุกรที่ฟื้นตัว กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นและนโยบายลดต้นทุน เราแนะนำมองข้ามผลขาดทุนสุทธิในปี 2558 และหันมาให้ความสนใจกำไรปี 2559 ซึ่งนอกจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น เฟสการเติบโตต่อไปจะมาจากแนวโน้มการขยายธุรกิจส่งออกและรุกตลาดผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เรายังคงแนะนำ ซื้อ
ส่องกล้องไตรมาส 4/58 – ขาดทุนสูงกว่าคาด
เราประเมินไตรมาส 4/58 ขาดทุนสุทธิที่ 305 ล้านบาท พลิกจากกำไรสุทธิไตรมาส 4/57 ที่ 23 ล้านบาท (โดยมีปัจจัยจากราคาเนื้อไก่และสุกรที่หดตัว) หรือขาดทุนเพิ่มขึ้น 11% QoQ (เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่น) หากไม่รวมรายการพิเศษอย่างกำไรรายการอัตราแลกเปลี่ยนที่ 40 ล้านบาท ผลขาดทุนหลักจะอยู่ที่ 345 ล้านบาท พลิกกลับมากจากกำไรหลักที่ 55 ล้านบาทในไตรมาส 4/57 หรือขาดทุนเพิ่มขึ้น 31% QoQ ทั้งนี้ไตรมาส 4/58 ขาดทุนหลักที่สูงกว่าคาด (เทียบกับประมาณการของเราที่ 300 ล้านบาท)นั้น มีปัจจัยจากราคาเนื้อไก่และสุกรที่ฟื้นตัวได้ต่ำกว่าคาด (ราคาไก่ที่ 37 บาท/กิโลกกรัมเมื่อเทียบกับ 39 บาทในไตรมาส 3/58 และราคาหมูที่ 61 บาท/กิโลกรัมเมื่อเทียบกับ 65.5 บาทในไตรมาส 3/58 ตามลำดับ)
ราคาเนื้อไก่ฟื้นตัวเพียงเล็กน้อยในขณะที่ราคาสุกรยังคงทรงตัวหลังจากช่วงเทศกาลกินเจ ถึงแม้ราคาข้าวโพดที่อ่อนตัวจะเป็นปัจจัยบวกในไตรมาส 4/58 แต่ได้รับผลกระทบเชิงลบจากการตั้งด้อยค่าสินค้าคงเหลือ เนื่องจากราคาไก่ที่ต่ำกว่าต้นทุน ยอดขายในไตรมาส 4/58 คาดอยู่ที่ 4.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY แต่ลดลง 10% QoQ หากแบ่งเป็นรายธุรกิจ รายได้ธุรกิจเนื้อไก่หดตัวลง 7% YoY และ 10% QoQ รายได้ธุรกิจสุกรกระโดดสูงขึ้น 48% YoY แต่หดตัวลง 9% QoQ ในขณะที่รายได้ธุรกิจผลิตอาหารสัตว์และธุรกิจอื่นๆปรับตัวดีขึ้น 21% YoY แต่ปรับลดลง 12% QoQ
ปี 2558 คาดขาดทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากประมาณการ
เราได้ปรับประมาณการปี 2558 ขาดทุนเพิ่มขึ้น 3% มาอยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท อย่างไรก็ตามเรายังคงใช้ประมาณการกำไรปี 2559 เดิมที่ 897 ล้านบาท จากความคาดหมายอุปทานเนื้อไก่ที่ผ่อนคลายลง (เนื่องจากขาดแคลนพ่อแม่พันธุ์ไก่จากไข้หวัดนกในประเทศสหรัฐ สหราชอาณาจักร และประเทศเยอรมันในปี 2558)และนโยบายปรับลดต้นทุนจากการปรับสูตรผลิตอาหารสัตว์ ลดต้นทุนพ่อแม่พันธุ์ไก่ และลดผลประโยชน์จ่ายให้แก่เกษตรกรใต้สัญญาเพื่อลดต้นทุนการผลิตเนื้อไก่มาอยู่ที่ 37-38 บาท เมื่อเทียบกับ 40 บาทในปี 2558
แผนงานดีหนุนการเติบโต
ปัจจัยหนุนการเติบโตในระยะยาวได้แก่ 1) ผลิตภัณฑ์พร้อมทาน ที่บริษัทตั้งเป้าจัดตั้งโรงงานผลิตไส้กรอกเนื้อไก่เอง คาดแล้วเสร็จและพร้อมดำเนินการในไตรมาส 2/59 2) การขยายธุรกิจส่งออก ที่บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการส่งออกมาอยู่ที่ 15% ของรายได้ทั้งหมด เมื่อเทียบกับ 7% ในปี 2558 ซึ่งจะรวมรายได้จากกิจการร่วมทุนกับพาร์ทเนอร์ในญี่ปุ่นด้วย 3) การขยายกำลังการผลิต ที่ TFG วางแผนเพิ่มสายการผลิตในโรงงานกบินทร์บุรีในไตรมาส 2/59 ซึ่งจะเพิ่มกำลังการผลิตโรงฆ่าปัจจุบันขึ้น 25% และผลิตอาหารสัตว์ขึ้น 60%









