เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ผันผวนเชิงบวก
ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มขยับขึ้นได้ต่อในกรอบ 1290-1315 จุด ปัจจัยหนุนหลักมาจากการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นเซอร์ไพรส์ตลาดด้วยการปรับลดดอกเบี้ยลงอีกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ sentiment เริ่มดีขึ้น ด้วยความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางของยุโรปจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยภายในไตรมาสแรกนี้ลงอีกเช่นกัน ส่วนการที่เฟดได้คงดอกเบี้ยไว้สัปดาห์ก่อนนั้น ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าเฟดพิจารณาการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกก่อนการพิจารณาดอกเบี้ยของสหรัฐ แนะนำขายทำกำไรส่วนหนึ่งในวันนี้หากดัชนีขึ้นแรง เพื่อรอรับใหม่อีกรอบเมื่อย่อลงต่ำกว่า 1300 จุด โดยยังคงแนะนำให้ติดตามการประกาศงบและความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นจีนและราคาน้ำมันต่อไป
แนวรับ/แนวต้าน : 1290/1320 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว หลีกเลี่ยงกลุ่มพลังงานต้นน้ำและสื่อสารไปก่อน
นักลงทุนระยะสั้น : IRPC (5.70), PS (34), BR (8)
IRPC (5.70) ได้ประโยชน์จากค่าการกลั่นและ olefins spread ที่แข็งแกร่งและโครงการ UHV และ Everest จะเข้ามาช่วยหนุนกำไรในปีนี้อย่างชัดเจนด้วย ซื้อใกล้ๆ 4.30 บาท เป้าหมาย 5.70 upside 33%
PS (34) มี Townhouse ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทพร้อมโอนในมือค่อนข้างสูง ได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นการโอนและยอด presales ที่แข็งแกร่งด้วย บวกกับได้เน้นบ้านเดี่ยวและ segment ที่อยู่อาศัยแนวราบ ซึ่งไม่มีความเสี่ยงสูงและยังคงได้ประโยชน์จาก demand ที่ดีอยู่ ซื้อใกล้ๆ 25 เป้าหมาย 34 upside 36%
BR (8) เป็ดน้อยกำลังเติบโตเป็นเป็ดใหญ่ ด้วยการเริ่มขยายกำลังการผลิตที่จังหวัดสระแก้วในปีนี้ และการขยายธุรกิจไปยังประเทศอินโดนีเซียในไม่ช้านี้ จะช่วยขยายตลาดส่งออกของ BR อย่างชัดเจน นอกจากนี้เราคาดราคาเป็ดผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 58 และคู่แข่งจะแข่งขันในเชิงราคาน้อยลง นอกจากนี้ยังมีการเจรจากับโอปองแปงและ Mcdonalds ผลิตอาหารประเภทเป็ดใหม่ๆ gross margin สูงใกล้ๆ 30% น่าลองไปชิมดูนะครับ
นักลงทุนระยะยาว : SYNTEC (3.80), CK (34)
SYNTEC (3.80) สำหรับหุ้นรับเหมาขนาดเล็กตอนนี้ Top pick ของเราเป็นหุ้นพื้นฐานดี ปันผลมั่นคงคือ SYNTEC มี margin สูงและมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ทำให้งบไตรมาส 4 จะดีต่อเนื่องจากงบไตรมาส 2และ3 ที่ดีอยู่แล้วโดยทั้งปี 58 การรับงานทั้งปีจะสูงใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาทถือว่าเติบโตชัดเจนจากปีก่อน นอกจากนี้ยังมีแผนประมูลงานเพิ่มอีกในช่วงระยะสั้นนี้ได้แก่งาน CPN, NOBLE, SUPALAI บวกกับแผนการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าของรัฐบาลระยะยาวก็ช่วยให้มีการสร้างคอนโดเพิ่มและประมูลงานก่อสร้างเพิ่ม ทำให้มีรายได้มาเพิ่มระยะสั้นถึงยาวให้ SYNTEC
CK (34) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปี 2559 (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการของบริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปี 2559 (4)Q3 & Q4 ของปี 2558 sale & earnings ไม่ค่อยดี แต่โครงการ mega projects จะชัดเจนมากขึ้นปี 2559 ทั้งการประมูลและการก่อสร้างจริง ดังนั้นช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
- "ประสาร" มองเศรษฐกิจโลกฟื้นช้า ลุ้นปัจจัยจีนหนุนกลับสู่ปกติ วิเคราะห์แบงก์กลางทั่วโลกยังจำเป็นใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย ห่วงศักยภาพเศรษฐกิจไทยโต 3.5 %คนรับไม่ทั่วถึง กระทบรากหญ้า แนะธุรกิจที่พร้อมอย่ามัวท่องสูตรแค่ประคอง ให้ฉวยจังหวะนี้ลงทุนได้ราคาถูก ด้านคลังหวัง "เบิกจ่าย-ลงทุน-ท่องเที่ยว-ส่งออก พาณิชย์เป้า 5%" ดันจีดีพี จับตาตัวเลข สศช.เดือนหน้า ฟันธง กนง.คงดอกเบี้ย 1.5%
- นักวิเคราะห์ชี้ญี่ปุ่นใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบ กระตุ้นสงครามค่าเงิน จับตาจีน-อีซีบีออกมาตรการกระตุ้นรอบใหม่ ประเมินเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่อีกรอบ หลังสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่างชาติกลับเข้าซื้อหุ้น-พันธบัตร ขณะที่ประเมิน กนง.คงดอกเบี้ย ประชุมครั้งแรกของปีนี้ 3 ก.พ.
+ "อภิศักดิ์" นำทีมโรดโชว์จีนดึงเอกชนยักษ์ใหญ่ และรัฐวิสาหกิจเข้าลงทุนไทย โชว์แผนนโยบายปีแห่งการลงทุนของไทย เผยกองทุนขนาดใหญ่ของจีนสนใจร่วมลงทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ต้องการหาผลตอบแทนการลงทุนระยะยาว
+ โลว์คอสท์แข่งเดือด หลัง "ไลอ้อนแอร์" เสริมทัพอีก 7 ลำ เปิดสงครามหั่นราคารอบใหม่ พร้อมขยายเส้นทางบินเพิ่ม ด้าน "พาที" ประเมินปีนี้ยังแข่งขันรุนแรง เรียกร้องให้คุมราคา หวั่นกระทบอุตสาหกรรมการบินระยะยาว ขณะผู้บริการรถทัวร์ยอมรับแข่งสู้ไม่ได้ บขส. เร่งปรับบริการสู้
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 396.66 จุด หรือ 2.47% ปิดที่ 16,466.30 จุด
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อวันศุกร์ (29 ม.ค.) หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ตัดสินใจใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ
+ ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับตัวขึ้น 152.01 จุด หรือ 2.56% ที่ระดับ 6,083.79 จุด
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดพุ่งแรงเมื่อวันศุกร์ (29 ม.ค.) นำโดยหุ้นกลุ่มสถาบันการเงิน หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประกาศใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบอย่างเหนือการคาดหมาย ซึ่งกระตุ้นความเชื่อมั่นว่า BOJ มีความมุ่งมั่นที่จะกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง
+ ดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้น 476.85 จุด หรือ +2.80% ปิดที่ 17,518.30 จุด
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่งขึ้นในวันนี้ หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงนโยบายการเงินไว้ในการประชุมวันนี้ พร้อมกับมีมติให้ใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ
- สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน มี.ค.เพิ่มขึ้น 40 เซนต์ หรือ 1.2% ปิดที่ 33.62 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อวันศุกร์ (29 ม.ค.) หลังข้อมูลบ่งชี้ว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันที่เปิดดำเนินงานในสหรัฐปรับตัวลดลง









