วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธปท.เผยเศรษฐกิจเดือนธ.ค.58 ฟื้นตัวต่อเนื่อง

ธปท.เผยเศรษฐกิจไทยเดือน ธ.ค. 58 ฟื้นตัวต่อเนื่อง ยันไม่มีภาวะเงินฝืด รับช่วงต้นปีนี้กำลังซื้อแผ่ว หลังปชช.ใช้จ่ายช่วงปลายปีขานรับนโยบายรัฐ

นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยเดือนธ.ค. 58 ที่ผ่านมา ทยอยฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับผลดีจากมาตรการภาษีของภาครัฐ ทั้งมาตรการภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ลดภาษีช้อปปิ้งช่วยชาติช่วง 7 วันท้ายของปี เป็นต้น ซึ่งล้วนทำให้การใช้จ่ายในประเทศเพิ่มขึ้น และเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ทั้งการใช้จ่ายภาครัฐ การบริโภคภาคเอกชน ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานนั้นเป็นบวก แม้จะยังอยู่ระดับต่ำ แต่คงเข้าใกล้ 0% หรือติดลบ รวมทั้งเชื่อว่าจะไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืดแน่นอน เพราะการบริโภคยังขยายตัวได้ดี ประชาชนไม่ได้ชะลอการใช้จ่าย แม้ราคาสินค้ายังไม่มีแนวโน้มลดลงก็ตาม

“ทั้งนี้ โดยภาพรวมของไตรมาส 4 ปี 58 เศรษฐกิจยังทยอยฟื้นตัวต่อเนื่องอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตามความสามารถในการเร่งใช้จ่ายของภาครัฐ ภาคบริการที่ยังขยายตัวดี การบริโภคภาคเอกชนฟื้นตัวดีขึ้นจากความเชื่อมั่นที่ดีขึ้น ซึ่งการใช้จ่ายในประเทศที่เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งได้รับผลบวกจากการเร่งซื้อรถยนต์ ก่อนขึ้นภาษีสรรพสามิต มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายช่วงก่อนปีใหม่ ทำให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมกระเตื้องขึ้น ขณะที่การท่องเที่ยวก็ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีน มาเลเซีย และรัสเซีย”

แต่ทั้งนี้ ปัจจัยถ่วงคือ การส่งออกสินค้าที่ยังหดตัวสูง เพราะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจจีน และอาเซียนที่ชะลอลง รวมทั้งราคาสินค้าส่งออกหลายชนิดปรับลดลง ตามราคาน้ำมันในตลาดโลก เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแบบไม่ทั่วทุกภาคส่วน รายได้เกษตรกรที่ตกต่ำตามราคาพืชผล ส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนโดยรวมยังต่ำ และดีขึ้นบางสาขาธุรกิจ เช่น ภาคโทรคมนาคม พลังงานทดแทน ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล สูงตามมูลค่าการนำเข้าที่หดตัวต่อเนื่อง ขณะที่ดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายขาดดุลสุทธิ

“ปี 58 ตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัด ถือว่าสูงเป็นประวัติการณ์ จากราคาน้ำมันที่ต่ำ และเป็นส่วนต่างจากการนำเข้าที่ชะลอตัว ซึ่งการที่ดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ในระดับสูง ก็มีทั้งข้อดี ข้อเสีย ขึ้นอยู่กับแต่ละมุมมอง โดยหากตัดผลจากราคาน้ำมันออกไป ยอดการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดก็จะลดลง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากปี 58 ที่เกิดดุลบัญชีเดินสะพัด 34,839 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ข้อดีก็คือ ก็จะทำให้ไทย ไม่ถูกจับตามองจากต่างชาติ ว่ามีจุดอ่อน ในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวน ส่วนข้อเสียคือ ถือว่าไม่สะท้อนความเข้มแข็งของกำลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เนื่องจากนำเข้าที่น้อย ไม่ได้มาจากการส่งออกที่มาก”