วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

MAJOR - ซื้อ

ไตรมาส 4/58 หนังไม่โดนใจคนไทย

ประเด็นการลงทุน

จากโปรแกรมภาพยนตร์ที่ทำรายได้อ่อนตัวมากกว่าที่เราคาด เราประเมินว่า MAJOR จะรายงานกำไรหลักลดลง YoY ในปี 2558 แต่เรายังคงมั่นใจว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวในปีนี้ จากโปรแกรมหนังที่แข็งแกร่งขึ้น, การขยายจำนวนโรงภาพยนตร์และรายได้สปอนเซอร์โรงภาพยนตร์ (จากการขยายโรงภาพยนตร์) ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ 2 เรื่อง – Deadpool และ Batman vs Superman คาดหนุนยอดจำหน่ายตั๋วหนังในไตรมาส 1/59 นอกจากนี้ เราคาดภาพยนตร์ไทยจะช่วยหนุนรายได้ปี 2559 เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ

รายได้ตั๋วหนังเดือนธ.ค. ต่ำกว่าที่คาด

ข้อมูลจากนิตยสารบันเทิง Entertainment Weekly ชี้ว่า ภาพยนตร์ 10 อันดับของไทยทำรายได้ 300 ล้านบาท ลดลง 46% YoY ต่ำกว่าที่เราคาดที่ 410 ล้านบาท ทั้งนี้ รายได้จากเรื่อง Star Wars: The Force Awakens (123 ล้านบาทในเดือนธ.ค.และ 148 ล้านบาทจนถึงปัจจุบัน) และภาพยนตร์ไทยเรื่อง รุ่นพี่ (รายได้รวม 23 ล้านบาท) ทำรายได้ต่ำกว่าเป้า ภาพยนตร์เรื่องอื่นที่ทำรายได้ต่ำกว่าเป้าได้แก่ Point Break (48 ล้านบาท) และ In the Heart of the Sea (25 ล้านบาท) จากรายได้ภาพยนตร์ที่อ่อนตัว เราคาดรายได้ตั๋วหนังของ MAJOR ในไตรมาส 4/58 อยู่ที่ 1 พันล้านาท (ลดลง 12% YoY และ 9% QoQ) เราประเมินไว้ก่อนหน้าที่ 1.18 พันล้านบาท (ทั้งนี้เทียบกับฐานรายได้ตั๋วหนังที่สูง YoY ในไตรมาส 4/57 จากภาพยนตร์เรื่องไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้)

ส่องกล้องไตรมาส 4/58-คาดกำไรหลักลดลง

เราคาด กำไรหลักไตรมาส 4/58 อยู่ที่ 141 ล้านบาท ลดลง 32% YoY และ 59% QoQ ไม่มีรายการพิเศษจากซื้อขายหุ้น SF และ PVRL ในระหว่างไตรมาส แต่หากไม่รวมรายการพิเศษ (กำไรสุทธิจากการขายหุ้น PVRL และการซื้อขายหุ้น SF ในไตรมาส 4/57 และ 3/58) กำไรหลักยังคงลดลง 25% YoY และ 40% QoQ การลดลงของกำไรหลักในไตรมาส 4/58 (จากที่เราคาดไว้ก่อนหน้าที่ 311 ล้านบาท) มาจากรายได้ตั๋วหนังที่ลดลงมากกว่าคาดและขาดทุนจากการผลิตภาพยนตร์ รายได้ค่าอาหารและเครื่องดื่มคาดเพิ่มขึ้น 7% YoY จากการขายสตาวอร์บัคเก็ตเซ็ท รายได้สปอนเซอร์โรงภาพยนตร์คาดทรงตัว YoY รายได้จากโบว์ลิ่งมีแนวโน้มลดลง 14% YoY จากการปิดตัวบางสาขา รายได้ค่าเช่าที่คาดลดลง 5% YoY

ปรับลดกำไรหลักปี 2558-2559

เราปรับลดกำไรหลักปี 2558 ลง 15% ที่ 984 ล้านบาท จากยอดขายตั๋วหนังที่ลดลงมากกว่าที่คาดในไตรมาส 4/58 และปรับลดประมาณการกำไรหลักปี 2559 ลง 18% (อยู่ที่ 1.18 พันล้านบาท) และปรับลดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2559 ลง 10% (ที่ 36 บาท) อย่างไรก็ตาม เราคิดว่า โปรแกรมหนังปี 2559 ยังคงแข็งแกร่ง จากภาพยนตร์ทำเงินอย่างภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่และภาพยนตร์ภาคต่อ 9 เรื่อง สิ่งหนึ่งที่เราอยากจะให้จับตาคือภาพยนตร์ไทยจากค่ายน้องใหม่ GDH599 (จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ร่วมทุนกับหับโห้หิ้น) และ T Moment (บริษัทร่วมทุนระหว่างไทเอ็นเตอร์เทนเมนต์และกลุ่มบริษัทโมโนเทคโนโลยี) นอกจากนี้ MAJOR วางแผนที่จะเพิ่มโรงภาพยนตร์ 80 แห่งและขยายโรงหนังเพิ่มเติมในตลาดต่างประเทศทั้งในลาวและกัมพูชาในปี 2559 ซึ่งเรามองว่าน่าจะช่วยหนุนกำไรปี 2559