เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : แกว่งในกรอบ 1275-1300
ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มผันผวนกรอบแคบอีกวัน โดยได้ปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันที่ทรงตัวได้ดีขึ้น แต่ปัจจัยกดดันยังคงเป็นข้อความจากเฟดที่มีความกังวลเรื่องเศรษฐกิจจีนและโลก แนะนำติดตามการแถลงผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันนี้ ซึ่งทางฝ่ายวิเคราะห์เราเชื่อว่าจะยังไม่มีการเพิ่มมาตรการผ่อนคลายทางการเงินในครั้งนี้ แนะนำติดตามการรายงานงบต่อ ช่วงนี้นักลงทุนควรเน้นเล่นสั้น ทยอยขายทำกำไรบ้างหากดัชนีเข้าใกล้ 1300 จุด เพื่อรอรับใหม่เมื่อดัชนีย่อลง
แนวรับ/แนวต้าน : 1260/1300 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา พลังงานปลายน้ำ อสังหาฯ อาหาร และวัสดุก่อสร้าง ที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว หลีกเลี่ยงกลุ่มพลังงานต้นน้ำและสื่อสารไปก่อน
นักลงทุนระยะสั้น : IRPC (5.70), PS (34), BR (8)
IRPC (5.70) ได้ประโยชน์จากค่าการกลั่นและ olefins spread ที่แข็งแกร่งและโครงการ UHV และ Everest จะเข้ามาช่วยหนุนกำไรในปีนี้อย่างชัดเจนด้วย ซื้อใกล้ๆ 4.30 บาท เป้าหมาย 5.70 upside 33%
PS (34) มี Townhouse ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทพร้อมโอนในมือค่อนข้างสูง ได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นการโอนและยอด presales ที่แข็งแกร่งด้วย บวกกับได้เน้นบ้านเดี่ยวและ segment ที่อยู่อาศัยแนวราบ ซึ่งไม่มีความเสี่ยงสูงและยังคงได้ประโยชน์จาก demand ที่ดีอยู่ ซื้อใกล้ๆ 25 เป้าหมาย 34 upside 36%
BR (8) เป็ดน้อยกำลังเติบโตเป็นเป็ดใหญ่ ด้วยการเริ่มขยายกำลังการผลิตที่จังหวัดสระแก้วในปีนี้ และการขยายธุรกิจไปยังประเทศอินโดนีเซียในไม่ช้านี้ จะช่วยขยายตลาดส่งออกของ BR อย่างชัดเจน นอกจากนี้เราคาดราคาเป็ดผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 58 และคู่แข่งจะแข่งขันในเชิงราคาน้อยลง นอกจากนี้ยังมีการเจรจากับโอปองแปงและ Mcdonalds ผลิตอาหารประเภทเป็ดใหม่ๆ gross margin สูงใกล้ๆ 30% น่าลองไปชิมดูนะครับ
นักลงทุนระยะยาว : SYNTEC (3.80), CK (34)
SYNTEC (3.80) สำหรับหุ้นรับเหมาขนาดเล็กตอนนี้ Top pick ของเราเป็นหุ้นพื้นฐานดี ปันผลมั่นคงคือ SYNTEC มี margin สูงและมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ทำให้งบไตรมาส 4 จะดีต่อเนื่องจากงบไตรมาส 2และ3 ที่ดีอยู่แล้วโดยทั้งปี 58 การรับงานทั้งปีจะสูงใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาทถือว่าเติบโตชัดเจนจากปีก่อน นอกจากนี้ยังมีแผนประมูลงานเพิ่มอีกในช่วงระยะสั้นนี้ได้แก่งาน CPN, NOBLE, SUPALAI บวกกับแผนการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าของรัฐบาลระยะยาวก็ช่วยให้มีการสร้างคอนโดเพิ่มและประมูลงานก่อสร้างเพิ่ม ทำให้มีรายได้มาเพิ่มระยะสั้นถึงยาวให้ SYNTEC
CK (34) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปี 2559 (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการของบริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปี 2559 (4)Q3 & Q4 ของปี 2558 sale & earnings ไม่ค่อยดี แต่โครงการ mega projects จะชัดเจนมากขึ้นปี 2559 ทั้งการประมูลและการก่อสร้างจริง ดังนั้นช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
- เอกชนกเตรียมถอนแทนขุดเจาะหลุมผลิตน้ำมันในอ่างไทย หลังแนวโน้มราคาน้ำมันไม่ฟื้น ลงทุนไม่คุ้ม ยันไม่กระทบผลิตก๊าซแต่ต้องนำเข้าน้ำมันเพิ่ม ระบุสำรองก๊าซในอ่าวไทยเสี่ยง เหลือน้อยกว่าที่ประเมินไว้คาดเหลือใช้ 4 ปี 9 เดือน ขณะ ปตท.สผ.ขาดทุนหนักกว่า 3.1 หมื่นล้าน แม้ปริมาณขายเพิ่ม แต่ราคาขายลดฮวบ 28.9%
- "สศค." ปรับลด "จีดีพี" ปีนี้เหลือ 3.7% จาก 3.8% ส่งออกเหลือ 0.1% จาก 3.2% เหตุเศรษฐกิจคู่ค้าขยายตัวลดลง ขณะที่ "เฟด" ยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยเกาะติด "เศรษฐกิจ-การเงินโลก" ใกล้ชิด นักวิเคราะห์คาดเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งปีนี้
- นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยยังคงชะลอตัวต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว โดยหวังว่าการเร่งการลงทุนของรัฐจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น ขณะที่การเติบโตของตลาดรถยนต์ ขณะนี้ยังไม่สามารถประมาณการได้ชัดเจน เพราะกำลังซื้อในปีนี้ได้ถูกดึงในปีที่แล้ว ก่อนการปรับภาษีมากกว่าที่คาดไว้ จึงต้องขอรอดูตลาดอีก 1-2 เดือน ฮอนด้าคงเป้าขายรถยนต์รับตลาดซึม ซูซูกิเพิ่มส่งออกดันยอดอีโคคาร์
+ "ดีเอชแอล อีคอมเมิร์ซ" ยกไทยตลาดหลัก ในภูมิภาคอาเชียน รุกบริการจัดส่งของในประเทศ คาดการณ์ตลาดมีมูลค่าสูงโตกว่า 3 เท่า เชื่อปี 2563 มูลค่าแตะ 1.4 แสนล้าน การันตีบริการจัดส่งในประเทศถึงผู้รับภายในวันถัดไป รองรับคู่ค้าทุกขนาดตั้งแต่เล็ก-คอร์ปอเรชั่น ตั้งศูนย์กระจายสินค้า ขนาด 3,000 ตร.ม. ใน กทม. ด้านปณท ลั่นสู้ไม่ถอยเล็งเปิดแอพหนุน "อีคอมเมิร์ซ
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,069.64 จุด พุ่งขึ้น 125.18 จุด หรือ +0.79%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (28 ม.ค.) โดยตลาดได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทเอกชน รวมถึงเฟซบุ๊ก แคทเทอร์พิลลาร์ และอาลีบาบา นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นหลังจากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- ดัชนี FTSE 100 ปิดลดลง 58.59 จุด หรือ 0.98% ที่ 5,931.78 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (28 ม.ค.) ในการซื้อขายที่ผันผวน โดยได้รับแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มการเงิน แม้ว่าหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับพลังงานต่างปรับตัวแข็งแกร่งขึ้น
- ดัชนีนิกเกอิปิดร่วงลง 122.47 จุด หรือ 0.71% แตะที่ 17,041.45 จุด
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลง ซึ่งเป็นการปรับตัวตามตลาดหุ้นจีนที่อ่อนแรงลง ขณะที่นักลงทุนจับตาดูผลการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งเริ่มขึ้นในวันนี้และจะเสร็จสิ้นลงในวันพรุ่งนี้
- สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 92 เซนต์ หรือ 2.9% ปิดที่ 33.22 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (28 ม.ค.) ขานรับการคาดการณ์ที่ว่า ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อาจจะร่วมมือกันเพื่อปรับลดกำลังการผลิต โดยมีเป้าหมายที่จะแก้ปัญหาภาวะราคาน้ำมันตกต่ำ









