วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทะลุ 1,280

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (21 - 27 ม.ค. 2559)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปปรับตัวขึ้น DJIA +1.1%, DAX +5.2%, CAC ฝรั่งเศส +6.2% และ FTSE +5.6% แรงหนุนของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบ NYMEX ฟื้นตัวยืนเหนือ US$32/ barrel นอกจากนี้ความเห็นของประธาน ECB ในวันที่ 21 ม.ค. ว่า ECB อาจออกมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องเพิ่มเติมในการประชุมเดือน มี.ค. อย่างไรก็ตามการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯเป็นไปอย่างจำกัดหลังเฟดคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0-0.25% และแสดงความกังวลต่อความผันผวนของตลาดเงิน และเศรษฐกิจทั่วโลกซึ่งอาจส่งผลให้เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ 

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (21 - 27 ม.ค. 2559)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวลง 8.1% สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 13 เดือน ความกังวลต่อกระแสเงินทุนต่างชาติจะไหลออกในอัตราเร่งมากขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อีกทั้งความกังวลต่อสภาพคล่องก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลตรุษจีน แม้ว่าธนาคารกลางจะอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบการเงินแล้วก็ตาม นอกจากนี้ตัวเลขเศรษฐกิจของจีนยังออกมาเชิงลบต่อเนื่อง กำไรภาคอุตสาหกรรมเดือน ธ.ค.หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 อีก 4.7% เพิ่มความกังวลต่อเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (21 - 27 ม.ค. 2559)

SET INDEX ปรับตัวขึ้นทะลุ 1,280 จุด นำโดยการฟื้นตัวของกลุ่มพลังงาน เมื่อราคาน้ำมันดิบ NYMEX กลับมายืนเหนือ US$30/barrel อีกครั้ง นอกจากนี้เมื่อ SCC รายงานงบ 4Q58 กำไรสุทธิออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดถึง 14% ทำให้บรรยากาศการลงทุนเป็นบวก ดัชนีปิดที่ระดับ 1,288.40 จุด เพิ่มขึ้น 39.42 จุด หรือ +3.16% ณ วันที่ 28 ม.ค.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (29 ม.ค. – 4 ก.พ. 2559)

MBKET ขยับน้ำหนักการลงทุนขึ้นเป็น “กลางถึงบวก” ครั้งแรกในรอบ 4 สัปดาห์ จากก่อนหน้า “กลาง” พร้อมให้โอกาสที่ SET INDEX จะไต่ระดับขึ้นทดสอบด่าน 1,300 จุดได้ ด้วยตัวแปรดังต่อไปนี้

1. ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก เริ่มทรงตัว/เสถียรภาพ ประเมินกรอบแกว่ง US$30-35/barrel สำหรับ NYMEX ช่วยให้กลุ่มพลังงาน / ปิโตรเคมี ทรงตัวถึงขยับขึ้นได้ เพื่อเก็งกำไรต่อแนวโน้มผลการดำเนินงาน

2. คาดธนาคารกลางจีนจะออกมาตรการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินเข้าสู่ระบบมากยิ่งขึ้น ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งตลาดหุ้นจีนจะปิดทำการตลอดสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 8 – 12 ก.พ.

3. คาดตัวเลขเศรษฐกิจเดือนธ.ค.ของไทย จะส่งสัญญาณฟื้นตัวเด่น โดยเฉพาะการบริโภคภายในประเทศ จากมาตรการกระตุ้นระยะสั้น “7 วัน ช็อปช่วยชาติ” ทำให้ทิศทางค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ มีเสถียรภาพมากขึ้น

สำหรับปัจจัยสำคัญในต่างประเทศ เราให้น้ำหนักกับผลการประชุม BoJ วันที่ 29 ม.ค. แน่นอนว่า BoJ จะยังไม่เพิ่มมาตรการทางการเงินเข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ แต่มีความเป็นได้สูงที่จะมีการส่งสัญญาณเพิ่มมาตรการ หลังภาพรวมเศรษฐกิจโลกมีภาวะเสี่ยงต่อการเติบโตต่ำกว่าคาด และอัตราเงินเฟ้อจะยังอยู่ในระดับต่ำที่ยาวนานมากยิ่งขึ้น จากราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวในระดับต่ำ

กลยุทธ์การลงทุน เราคงคำแนะนำ “นักลงทุนเลือกเก็งกำไรเป็นรายตัว เน้นหุ้นที่แนวโน้มผลการดำเนินงานใน 4Q58 เติบโตเด่น qoq และ/หรือ yoy” เป็นทางเลือกของการคัดสรรหุ้นในช่วงนี้

ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในสัปดาห์หน้า ได้แก่

1. ติดตามการประกาศงบ 4Q58 ของกลุ่มที่ไม่ใช่ธนาคาร สัปดาห์หน้า หุ้นที่สำคัญได้แก่ ADVANC / DTAC

2. ติดตามรายงานตัวเลขเศรษฐกิจเดือนธ.ค.ของไทย วันที่ 29 ม.ค. โดย ธปท.

3. ติดตามการประชุม BoE ในวันที่ 4 ก.พ. Bloomberg consensus คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50%

4. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อ – ผลผลิตภาคอุตฯ ของญี่ปุ่น / ดัชนี PMI ภาคการผลิต – บริการ ของจีน /ภาวะการจ้างงาน ของสหรัฐฯ / อัตราเงินเฟ้อ และ ดัชนี PMI ภาคการผลิต – บริการ ของอียู