วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BCP - ซื้อ

ขาดทุนสต็อกน้ำมันและด้อยค่ากดดันกำไร 4Q58

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- คาด 4Q58 รายงานกำไรสุทธิลดลง 62% QoQ และ 106%YoY : คาด BCP รายงานกำไรสุทธิราว 161 ล้านบาท โดยธุรกิจทั้ง 3 มีผลการดำเนินงานดังนี้ 1) ธุรกิจโรงกลั่นใช้กำลังการกลั่นที่ 114.4 พันบาร์เรลต่อวันลดลงจากไตรมาสก่อนเล็กน้อย ขณะที่เราคาดว่าค่าการกลั่นจะทรงตัวราว 8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ว่า Spread น้ำมันดีเซลและ Spread น้ำมันอากาศยานจะปรับตัวขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล แต่ต้นทุนน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 3 ดอลลาร์กดดันค่าการกลั่น นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันดิบราว 1.4 พันล้านบาท 2) ธุรกิจสถานีจำหน่ายน้ำมันมีปริมาณจำหน่ายเพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อนหน้าสู่ระดับ 1,389 ล้านลิตรเพราะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวทำให้มีการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น อีกทั้งคาดว่าค่าการตลาดปรับตัวขึ้น 26% จากไตรมาสก่อนช่วยหนุนผลประกอบการเพิ่มเติม 3) ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แม้ว่าจะเข้าสู่ฤดูหนาวแต่ความเข้มแสงที่ลดลงทำให้ผลิตไฟฟ้าได้ใกล้เคียงไตรมาส 3

- คาดมีค่าใช้จ่ายด้อยค่าจากบริษัท Nido ราว 3 ร้อยล้านบาท : ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมาแหล่งน้ำมัน Galoc ของบริษัท Nido (BCP ถือหุ้นอยู่ประมาณ 81.4%)ค้นพบทรัพยากรที่อาจผลิตได้เพิ่ม และราคาน้ำมันไตรมาส 3 เฉลี่ยอยู่ที่ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลส่งผลให้มูลค่าของแหล่งผลิตไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในไตรมาส 4 ราคาน้ำมันเฉลี่ยปรับตัวเหลือ 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและไม่มีการค้นพบทรัพยากรเพิ่มเติม ทำให้ BCP มีค่าใช้จ่ายด้อยค่าราว 300 ล้านบาท (ในไตรมาส4/57 มีด้อยค่าไปแล้ว 8 ร้อยล้านบาท) จากการสอบถามผู้บริหารแจ้งว่าแหล่งน้ำมันของบริษัท Nido อาจหยุดการผลิตปิโตรเลียมหากราคาน้ำมันทรงตัวในระดับต่ำกว่า 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลไปอีกราว 6-9 เดือน เพราะจะไม่คุ้มต้นทุนการผลิตที่เป็นเงินสดที่อยู่สูงถึง 30-32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 42 บาท : ฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการกำไรปี 58 ลง 20% สู่ 4,444 ล้านบาทเพราะกำไรไตรมาส 4 มีแนวโน้มต่ำกว่าที่ประมาณการไว้จากผลกระทบของขาดทุนสต๊อกน้ำมันดิบและค่าใช้จ่ายด้อยค่าของบริษัท Nido แต่ยังคงประมาณการกำไรปี 59 ที่ 5,513 ล้านบาทเพราะคาดว่าจะผลกระทบจากขาดทุนสต๊อกน้ำมันจะไม่สูงเท่าปี 58 เนื่องจากราคาน้ำมันทรงตัวในระดับต่ำตั้งแต่ต้นปี 59 อีกทั้ง BCP มีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากการนำบริษัท BCPG ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเข้าตลาดในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี P/E Ratio โดยอิง Prospective PE ที่ 10.5 เท่าได้ราคาเหมาะสมที่ 42.00 บาทซึ่งยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ”