วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บล.บัวหลวง มองดัชนีสิ้นปีที่ 1,440 จุด

บล.บัวหลวง ประเมินดัชนีสิ้นปีนี้ที่ 1,440 จุด ชี้ระยะสั้นเน้นลงทุนกลุ่มน้ำมัน ปิโตรเคมี ไอซีที คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ 3 รอบ

นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัยลูกค้าบุคคล บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า มองดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 1,440 จุด บนคาดการณ์อัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) ที่ 15.5 เท่า และกำไรสุทธิต่อหุ้น ( EPS) 93 บาท อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ อาจจะมีการปรับประมาณอีกครั้งหลังบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ประกาศงบปี 2558 ในช่วงสิ้นเดือน ก.พ. นี้ ทั้งนี้ มองว่าเศรษฐกิจในประเทศยังคงมีความเสี่ยงจากต่างประเทศที่จะเข้ามากระทบ ทั้งราคาน้ำมันที่ยังไม่มีเสถียรภาพ เห็นได้จากราคาที่ค่อนข้างผันผวนเมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส ซึ่งคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 38 เหรียญต่อบาร์เรล

นอกจากนี้ ยังเป็นผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่มองว่าปีนี้จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้ง โดยจะเริ่มในช่วงเดือน ก.ค. รวมถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลดอลลาร์ที่มีแนวโน้มแข็งค่า ส่งผลกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่า อีกทั้งเรื่องของ Fundflow ที่ไหลออกต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบันโดยมีปริมาณ 4.3 แสนล้านบาท

"บล.บัวหลวงมอง EPS จะอยู่ที่ 93 บาทต่อหุ้น ถือว่าต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า EPS จะอยู่ที่ 100 บาทต่อหุ้น โดยมีเป้าดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีอยู่ที่ 1,440 จุด และมีอัตราการจ่ายปันผล 3.6% ซึ่งดูจากตัวเลขที่คาดการณ์ไว้มองว่าตลาดหุ้นไทยยังมีผลตอบแทนที่น่าสนใจเป็นระดับที่จูงใจในการลงทุน"นายชัยพร กล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทประเมินจีดีพีในปีนี้เติบโต 3.2-3.4% ยังคงคาดหวังกับการลงทุนของภาครัฐ และมองการส่งออกในปีนี้จะอยู่ที่ 3% เติบโตจาก 2558 ที่คาดว่าจะติดลบ

นอกจากนี้ การลงทุนภาคเอกชนปีนี้ยังคงชะลอตัว การใช้กำลังการผลิตจะลดลง เนื่องจากการบริโภคและการส่งออกยังคงชะลอตัว ซึ่งมองจากกำลังการผลิตที่ลดลง เนื่องจากผู้ประกอบการไม่มีแรงจูงใจในการลงทุน ประกอบกับภาคอสังหาฯ ที่ตัวเลขการก่อสร้าง ยังคงชะลอตัว โดยในปี 2559 คาดว่าภาคอสังหาฯ คงจะชะลอตัวไม่มากก็น้อย

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นให้นักลงทุนเน้นในกลุ่มน้ำมัน ปิโตรเคมี ไอซีที ซึ่งเวลาเทรดจะให้ความสำคัญกับสภาพคล่อง ส่วนระยะกลางในช่วง 3-6 เดือนให้ลงทุนในหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูง ซึ่งจะเน้นเป็นรายตัว โดยให้นักลงทุนเก็บสะสมในช่วงนี้ จะเน้นในกลุ่มประกัน อาทิ TISCO INTUCH DELTA

ทั้งนี้ หากมองเป็นภาพรวมยังคงแนะนำในกลุ่มประกัน และธนาคารพาณิชย์ เช่น BBL SCB กลุ่มค้าปลีก CPN สำหรับกลุ่มเทเลคอมยังเป็นหุ้นกลุ่มที่น่าสนใจเนื่องจากอัตราการจ่ายปันผลค่อนข้างสูง แม้ผลประกอบการในแง่ของกำไรสุทธิจะถูกกระทบจากการแข่งขันที่รุนแรง