วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

TOP - ซื้อเก็งกำไร

คาด 4Q58 มีกำไรราว 3.7 พันล้านแม้ขาดทุนสต๊อกน้ำมัน

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- คาดกำไร 4Q58 +262%QoQ และ +157%YoY : คาด TOP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4 ราว 3,723 ล้านบาท แม้ราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวลงกว่า 11 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลสู่ระดับ 34.6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเกิดผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันดิบราว 3.7 พันล้านบาท แต่ทางบริษัทได้ทำการป้องกันความเสี่ยงไว้ราว 1 พันล้านบาทเพื่อลดผลกระทบดังกล่าว อีกทั้งผลการดำเนินงานของทั้ง 3 ธุรกิจปรับตัวขึ้นทำให้สามารถพลิกกลับมาเป็นกำไรได้ 1) ธุรกิจโรงกลั่นคาดค่าการปรับตัวขึ้นราว 2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลสู่ระดับ 8.0-8.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลซึ่งได้รับแรงหนุนจากส่วนต่างของน้ำมันดีเซลและส่วนต่างของน้ำมันอากาศยานที่ปรับตัวขึ้นกว่า 28% เนื่องจากเข้าสู่ฤดูหนาวทำให้มีความต้องการน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 2) ธุรกิจอะโรเมติกส์ผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นตามส่วนต่างผลิตภัณฑ์เบนซีนและพาราไซลีนจากความต้องการไปใช้ผลิตโพลีเอสเตอร์เพิ่มขึ้น และ3) ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นสามารถสร้างกำไรได้เพิ่มขึ้นตามส่วนต่างยางมะตอยเพราะมีการเร่งสร้างถนนช่วงปลายปี

- คาดปี 59 กำไรเติบโตราว 9%YoY จากธุรกิจโรงกลั่น : ฝ่ายวิจัยคาดว่าปี 59 TOP จะรายงานกำไรสุทธิราว 13,898 ล้านบาทเติบโต 9%YoY โดยธุรกิจเด่นยังคงเป็นโรงกลั่นเนื่องจากค่าการกลั่นยังทรงตัวในระดับสูงตามส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินที่สูงเกือบ 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเนื่องจากอุปทานยังคงน้อยกว่าอุปสงค์ ขณะที่ต้นทุนการกลั่นปรับตัวลงตามน้ำมันดิบช่วยหนุนค่าการกลั่นเพิ่มเติม คาดว่าค่าการกลั่นปี 59 อยู่ในช่วง 6-8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และคาดว่าราคาน้ำมันดิบเคลื่อนไหวในกรอบ 25-40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ได้รับผลกระทบจากขาดทุนสต๊อกน้ำมันดิบลดลง นอกจากนี้ใน 2Q59 บริษัทจะเริ่มเดินเครื่องโครงการ LABIX ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์เบนซีนและเคโรซีนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มกำไรได้ราว 1 พันล้านบาทต่อปีซึ่งยังไม่รวมในประมาณการ

- ปรับคำแนะนำเหลือ “ซื้อเก็งกำไร” ที่ราคาเหมาะสม 68.00 บาท : ฝ่ายวิจัยปรับประมาณการกำไรปี 58 ลง 5% สู่ 12,155 ล้านบาทเนื่องจากกำไร 4Q58 ต่ำกว่าที่เราคาดไว้จากผลกระทบจากสต็อกน้ำมันดิบ แต่ในปี 59 เราคาดว่าค่าการกลั่นจะทรงตัวราว 6-8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากส่วนต่างน้ำมันสำเร็จรูปที่ทรงตัวในระดับสูง นอกจากนี้ 2H59 จะเริ่มเดินเครื่องโครงการ LABIX ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำไรได้อีกราว 1 พันล้านบาทต่อปีเป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติม ฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมด้วยวิธี P/E Ratio โดยใช้ Prospective P/E ที่ 10 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 59 ที่ 68 บาท/หุ้น(ยังไม่รวมโครงการ LABIX) แต่ปรับคำแนะนำจาก “ซื้อ” เหลือ “ซื้อเก็งกำไร” เนื่องจากราคาปิดล่าสุดสูงกว่าราคาเหมาะสมเพียงเล็กน้อย