วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

มท.หนุนลดค่าธรรมเนียมออกโฉนด ตั้งเป้า1.8แสนแปลงปีนี้

มท. หนุนรัฐบาลลดค่าธรรมเนียมออกโฉนดปี 59 ตั้งเป้า 1.8 แสนแปลง หวังกระตุ้นเศรษฐกิจลดเหลื่อมล้ำ

นายชยพล ธิติศักดิ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมในเรื่องการคุ้มครองสิทธิการถือครองที่ดินของประชาชน กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินโครงการ “ลดความเหลื่อมล้ำ แบ่งปันความสุข”เพื่อตอบสนองตามนโยบายรัฐบาลจึงกำหนดการเร่งรัดออกโฉนดที่ดินเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินให้ประชาชน จำนวน 180,000 แปลงภายในปี 2559  เพื่อแก้ไขปัญหาการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ให้ประชาชนได้มีกรรมสิทธิ์ในการครอบครองใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างถูกต้อง ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย ที่ผ่านมา พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยในเรื่องการออกหนังสือเอกสารสิทธิในที่ดินที่มีปัญหาข้อผิดพลาดในการดำเนินการที่เกิดขึ้นในอดีต   

“กระทรวงมหาดไทยได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัด กำกับดูแลการปฏิบัติงานของสำนักงานที่ดินทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มีการทำงานที่โปร่งใส ถูกต้องตามกฎหมาย อย่าให้มีข้อผิดพลาดทั้งด้านเทคนิคและการทำงานของเจ้าหน้าที่ ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามกรมที่ดินเร่งรัดการดำเนินการออกโฉนดที่ดินที่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่สามารถออกโฉนดที่ดินได้ตามกฎหมาย สามารถนำไปเป็นหลักประกันในการสร้างรายได้และอาชีพของแต่ละครอบครัว” 

สำหรับการออกโฉนดที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน แบ่งได้เป็น 2 วิธี คือ 1.การออกโฉนดที่ดินโดยวิธีเฉพาะราย เป็นกรณีที่เจ้าของที่ดินจะต้องไปยื่นคำขอที่สำนักงานที่ดินท้องที่โดยต้องเสียค่าธรรมเนียมในการรังวัดอย่างน้อย 3,000 – 5,000 บาท แล้วแต่ขนาดและสภาพของพื้นที่  และ 2.การออกโฉนดที่ดินโดยวิธีการเดินสำรวจ เป็นกรณีที่กระทรวงมหาดไทยโดยกรมที่ดินจัดส่งเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง เข้าไปดำเนินการรังวัดออกโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชนในพื้นที่ เป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนจะเสียค่าใช้จ่ายเพียงแปลงละ 100 กว่าบาทเท่านั้น 

รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สำหรับในปี 2559 กระทรวงมหาดไทยมีเป้าหมายที่จะเร่งรัดออกโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชนจำนวน 180,000 แปลง นอกจากนี้ประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  กรมที่ดินมีเป้าหมายการออกโฉนดที่ดินจำนวน 4,500 แปลง ส่วนการดำเนินตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล เราปรับลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิอสังหาริมทรัพย์ โอน ขายและจำนอง จากร้อยละ 2 เป็นร้อยละ 0.01 และขยายเวลาการให้บริการประชาชน เพิ่มขึ้นวันละ 1 ชั่วโมง คือ  ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.30 น.  เป็นระยะเวลา 6 เดือน  เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2558 – 28เมษายน 2559  ที่ผ่านมามีประชาชนให้ความสนใจมาขอรับบริการเป็นจำนวนมาก  ทางเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดินทุกแห่งได้อยู่ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชน สร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชนในการใช้บริการของภาครัฐ

“ประเด็นที่สำคัญที่ดินต้องมีผู้ครอบครองทำประโยชน์อยู่ เป็นที่ดินที่สามารถออกโฉนดที่ดินได้ตามกฎหมายคือ ต้องไม่เป็นที่ดินหวงห้ามต่างๆ เช่น ที่สาธารณประโยชน์ ที่ป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ เป็นต้น ในการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน กรมที่ดินมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่า นับแต่นี้ต่อไปโฉนดที่ดินที่จะถึงมือประชาชนจะต้องมีคุณภาพที่ดี มีความถูกต้อง” โฆษกกระทรวงมหาดไทย  กล่าว

ในส่วนของการกำหนดแนวทางมาตรการให้กรมที่ดินได้ยึดถือปฏิบัติมีดังนี้  มาตรการด้านเทคนิค ด้วยการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการทำแผนที่มากำหนดพื้นที่ที่จะเข้าดำเนินการเดินสำรวจ โดยกำหนดพื้นที่เป็นระวางนำข้อมูลพื้นที่ดังกล่าวมาจัดทำเป็นแผน เสนอให้คณะกรรมการระดับจังหวัดพิจารณา มีตัวแทนภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการให้ความเห็นชอบกับแผนดำเนินการดังกล่าว ถือเป็นการป้องกันมิให้มีการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินรุกล้ำเข้าไปในเขตที่ดินของรัฐได้ มาตรการการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ในการกำหนดพื้นที่ที่จะทำการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจะมีคณะกรรมการคณะหนึ่งทำหน้าที่พิจารณา  

รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในส่วนขององค์ประกอบของคณะกรรมการกระทรวงมหาดไทยได้ปรับปรุงเพิ่มเติมองค์ประกอบของคณะกรรมการกำหนดพื้นที่ กำหนดให้มีผู้แทนคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด ผู้แทนหอการค้าจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ตลอดจนตัวแทนชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ดูแลพื้นที่ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบด้วย เพื่อให้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน นอกจากนี้ยังกำหนดแนวทางให้คณะกรรมการหมู่บ้านเข้าร่วมตรวจสอบอีกทางหนึ่งด้วย เพื่อพิสูจน์ผู้ที่มานำเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินเป็นเจ้าของผู้ครอบครองทำประโยชน์ที่แท้จริงหรือไม่  แล้วจะมีการปิดประกาศไว้ในตำบล และหมู่บ้านในพื้นที่เป็นเวลา 30 วัน ก่อนที่จะออกโฉนดที่ดินให้ผู้ร้องขอ ถือเป็นการเพิ่มอำนาจให้ประชาชนได้ตรวจสอบการทำงานของรัฐ ในรูปแบบ ประชารัฐ อันเป็นรากฐานส่วนหนึ่งของระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อเป็นการป้องกันมิให้มีการออกเอกสารสิทธิทับที่ดินของบุคคลอื่นเหมือนดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในอดีต