แนวโน้มกำไรสดใส พร้อมผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจ
ประเด็นการลงทุน
SPRC เป็นหุ้นหนึ่งในสองตัวที่เราชอบในกลุ่มโรงกลั่น เนื่องจาก 1) คาดได้ประโยชน์สูงสุดจากส่วนต่างราคาเบนซินที่สูงขึ้นอย่างมาก, 2) ค่าการกลั่นส่วนเพิ่มจากการใช้น้ำมันดิบในประเทศ, 3) มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่สุดในกลุ่มโรงกลั่นอาเซียน และ 4) มูลค่าหุ้นที่น่าสนใจ ปัจจุบัน SPRC ซื้อขายกันที่ค่า PER สิ้นปี 2559 ที่เพียง 5.4 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 9.2 เท่า และกลุ่มโรงกลั่นไทยที่ 8.1 เท่า นอกจากนี้ ราคาหุ้นในปัจจุบัน สะท้อนอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2559 ที่ 9.2% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 3.9% และ ค่าเฉลี่ยของกลุ่มโรงกลั่นไทยที่ 4.4% เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ ณ สิ้นปี 2559 ที่ 11.80 บาท อ้างอิงจากค่า PBV ที่ 1.2 เท่า
คาดผลประกอบการไตรมาส 4/58 พลิกกลับเป็นกำไร แม้ว่าจะมีผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน
เราคาดว่า SPRC จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/58 ที่ 1,808 ล้านบาท พลิกกลับจากขาดทุนสุทธิในไตรมาส 4/57 และ 3/58 ปัจจัยหลักเบื้องหลังการฟื้นตัวของผลประกอบการ คือ การขาดทุนจากสต็อกน้ำมันที่ลดลง หากไม่รวมขาดทุนจากสต็อกน้ำมันที่คาดว่าจะอยู่ที่ 2,471 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 41 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 4/58 คาดว่าจะอยู่ที่ 4,320 ล้านบาทสูงสุดในรอบปี 2558 ลดลง 20% YoY แต่เพิ่มขึ้น 79% QoQ ผลประโยชน์ทางภาษีในไตรมาส 4/57 เทียบกับรายการภาษีจ่ายเป็นสาเหตุให้กำไรหลักหดตัว YoY ในแง่การดำเนินงาน อัตราการใช้กำลังการกลั่นยังคงแข็งแกร่งทั้ง YoY และ QoQ ที่ 163 KBD ในขณะที่ค่าการกลั่นตลาดรวมคาดเพิ่มขึ้น 18% YoY และ 45% QoQ มาอยู่ที่ 11 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในไตรมาส 4/58 จากส่วนต่างราคาดีเซลที่สูงขึ้นจากไฮซีซั่นของอุปสงค์และส่วนต่างราคาเบนซินที่ยังสดใสแม้อยู่ในช่วงโลว์ซีซั่น
ส่วนต่างราคาเบนซินแข็งแกร่งหนุนการเติบโตของกำไรไตรมาส 1/59 และหนุนการปรับเพิ่มประมาณการกำไร
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์เฉลี่ยในไตรมาส 1/59 จนถึงปัจจุบันยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้นจาก 8.0 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในไตรมาส 4/58 เป็น 9.4 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากส่วนต่างราคาเบนซินที่สูงมากจากอุปสงค์ที่สูงขึ้นมากท่ามกลางราคาขายปลีกน้ำมันที่ต่ำลง ส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินในปัจจุบันทรงตัวและทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 23.9 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีสำหรับไตรมาสแรกที่ 14.5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แม้ว่าอุปสงค์ จะอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่นก็ตาม ในทางกลับกัน ส่วนต่างราคาดีเซลค่อนข้างน่าผิดหวังโดยลดลงมาอยู่ที่ 9.6 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในไตรมาส 1/59 จนถึงปัจจุบัน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีสำหรับไตรมาสแรกที่ 16.1 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลค่อนข้างมาก แม้ว่าจะอยู่ในช่วงไฮซีซั่น เราคาดกำไรหลักในไตรมาส 1/59 จะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ
จากการคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องในปีนี้ ส่งผลให้อุปสงค์และส่วนต่างราคาเบนซินคาดยังคงแข็งแกร่ง เราปรับประมาณการค่าการกลั่นตลาดเพิ่มขึ้น 10% เป็น 7.9 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในปี 2559 และเพิ่มขึ้น 7% เป็น 7.1 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในปี 2560 และปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 เพิ่มขึ้น 19% มาอยู่ที่ 7,929 ล้านบาทและเพิ่มขึ้น 15% มาอยู่ที่ 6,367 ล้านบาท ในปี 2560
คาดมีอัพไซด์ต่ออัตราการจ่ายเงินปันผล
จากการที่ SPRC วางแผนที่จะจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2558 ด้วยอัตราผลตอบแทนต่อปีที่ 6.0% (จากราคา IPO ที่ 9 บาท) เราคาดบริษัทคาดจ่ายปันผลงวดสุดท้ายที่ 0.50 บาท/หุ้น นอกจากนี้ เราคิดว่า บริษัทยังมีอัพไซด์ต่ออัตราการจ่ายเงินปันผลในปี 2559 จากนโยบายที่กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 50% เนื่องจากบริษัทไม่มีแผนลงทุนขนาดใหญ่ในปีนี้ และจากการที่ Chevron ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทอาจต้องการเงินปันผลจากบริษัทในเครือมากขึ้นเพื่อลดผลกระทบต่อผลประกอบการจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง จากการวิเคราะห์ของเราชี้ว่า หากอัตราการจ่ายเงินปันผลอยู่ที่ 60% อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2559 จะเพิ่มขึ้นเป็น 11.0% จาก 9.2% (หากคำนวณจากอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 50%)








