วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เผย 4 ยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้าง 'KBANK'

"บัณฑูร" กาง 4 ยุทธศาสตร์ธนาคารกสิกรไทย เดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กร - พัฒนาระบบไอที - บริหารต้นทุน - พร้อมลุยเออีซี

นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย(KBANK) เปิดเผยถึง ยุทธศาสตร์ของธนาคารฯ ในช่วง 3 ปีข้างหน้าธนาคารจะเน้นการปรับโครงสร้างองค์กร พร้อมหนุนพัฒนาระบบไอที บริหารจัดการต้นทุน และการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ โดยการปรับโครงสร้างองค์กรภายใน จะมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง แม้ที่ผ่านมา KBANK ได้มีการปรับโครงสร้างองค์กรมาโดยตลอด แต่การรีเอ็นจิเนียริ่งก็ยังต้องทำต่อไป โดยเฉพาะการนำคนรุ่นใหม่มาบริหารและรับมือกับความท้าทายในอนาคต ซึ่งปัจจุบันนี้มีผู้บริหารในตำแหน่ง President 3 คน คือ นายปรีดี ดาวฉาย และนายธีรนันท์ ศรี หงษ์ และล่าสุดแต่งตั้งนางสาวขัตติยา อินทรวิชัย เข้ามาทำงานร่วมด้วย ขณะที่ตนอยู่ในตำแหน่งประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารเพียงคน เดียว

"เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญเราต้องรีเอนจิเนียริ่งตลอดเวลา ต้องประเมินตัวเองตลอด โดยเฉพาะการเอาคนรุ่นใหม่ที่มองโจทย์ซึ่งคนรุ่นเก่าไม่
สามารถแก้ได้ CEO รุ่นเก่าที่ต้องประสบความสำเร็จ ก็ต้องถึงเวลาต้องหาคนมาแทน แต่ยังไม่เกิดขึ้นในวันสองวันนี้ แต่เป็นโจทย์ใหญ่ของกรรมการบริหาร เพื่อมองหาคนรุ่นต่อไปของผู้บริหาร ที่จะรับมือกับความท้าทายในอนาคต เพื่อนำพาองค์กรไปสู่ความเจริญได้ นี่คือสาระของการจัดการของ KBANK" นายบัณฑูร กล่าว

ทั้งนี้ล่าสุด KBANK ได้แต่งตั้งนายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต (MTI) เข้ามาเป็นกรรมการธนาคาร และ แต่งตั้งนายสมเกียรติ ศิริชาติไชย กรรมการและประธานกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร ที่ไปรับตำแหน่งรองประธาน กรรมการและกรรมการ MTI ซึ่งเป็นการจัดทีมบริหารให้อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์เดียวกันเพื่อให้การให้ บริการที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการทางการเงินของลูกค้า

ส่วนเรื่องของไอทีนั้น นายบัณฑูร กล่าวว่า ได้กำหนดเป้าหมายหลักในการพัฒนาระบบโครงสร้างด้าน IT ให้ยิ่งแน่นขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการที่ธุรกิจการเงินในการให้บริการกับ ลูกค้า โดยได้มีการปรับโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT เพื่อให้บริการกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการแยกเป็นบริษัท KASIKORN Business-Technology Group มีนายธีรนันท์ ศรีหงส์ เป็นประธานบริษัท เพื่อให้บริการทางการเงินที่ทันสมัย เอื้ออำนวยให้เกิดการค้าการลงทุน ซึ่งเป็น วัฒนธรรมที่ไม่เหมือนธนาคารพาณิชย์ตามปกติ แต่ใช้กรรมการผู้จัดการไปกำกับดูแลโดยเฉพาะเพื่อให้ เห็นว่ามีความสำคัญในการ เตรียมพร้อมรับมือกับโลกใหม่ที่กำลังจะมาถึง

"ผมขานรับนโยบายของ รมว.คลัง ที่ต้องมีระบบอีเพย์เมนท์ โดยใช้เงินสดให้น้อยลง ซึ่งเรื่องนี้ธนาคาพาณิชย์ ธนาคารรัฐ และธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ต้องทำความเข้าใจและจัดระบบให้ได้ มีประสิทธิภาพ ให้ระบบมั่นคง ประชาชนใช้แล้วเงินไม่หายไปไหน ไม่สูญหาย ซึ่งต้องทำให้คนมั่นใจ เป็นระบบที่ตอบได้ เพราะฉะนั้นเรื่องเทคโนโลยีทางการเงินต้องเป็นระบบที่ต้องพัฒนา เป็นระบบที่สำคัญของประเทศ " นายบัณฑูร กล่าว

ขณะเดียวกันเรื่องสำคัญอีก 1 เรื่อง คือการบริหารต้นทุน ซึ่งเรื่องของต้นทุนจะต้องระวัง และต้องมีการจัดการ โดยเฉพาะต้นทุนเรื่องคน ที่เป็นเรื่องใหญ่ เพราะฉะนั้นการเพิ่มคน 1 คน แทนคนที่เกษียณออกไป ต้องคิดโจทย์ว่าจะทำอย่างไร การใช้เงินแต่ละบาทจะต้องคุ้มค่า

ส่วนยุทธศาสตร์อีก 1 เรื่อง คือการขยายตลาดออกไปต่างประเทศ โดยปัจจุบันนี้ตลาดในเอเซียมีขนาดใหญ่ขึ้น และเกี่ยวเนื่องกับประเทศไทยโดยตรง โดยเฉพาะตลาดอาเซียนบวก 3 คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เพราะฉะนั้นโครงสร้างของแบงก์จะต้องรองรับในส่วนนี้ โดย KBANK ต้องการเป็นผู้ให้บริการทางการ ทั้งด้านเงินทุน การค้าต่างๆในภูมิภาค ให้ลุกค้าสามารถประกอบอุตสาหรรมในหลายๆ ประเทศในภูมิภาคๆได้ ซึ่งขณะนี้ธนาคารได้ยื่นขอประกอบกิจการธนาคารท้องถิ่นในจีน คาดว่าน่าจะได้คำตอบภายในปีนี้ นอกเหนือไปจากการเปิดสาขาในจีน และประเทศอื่น ๆ

"ธรรมชาติของลูกค้าไทยส่วนมากไม่ค่อยจะยอมออกไปไหน เพราะฉะนั้นจึงต้องเรียนรู้ที่จะออกไปข้างนอกได้ โดยเราพร้อมจะเอื้ออำนวยธุรกิจต่างๆของประเทศไทย โดยหาคนรุ่นใหม่ๆ เข้าไปทำ เพื่อตอบโจทย์ใหม่ โดยเฉพาะ AEC+3 " นายบัณฑูร กล่าว

ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์เป็นกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจของประเทศทื่จะต้องเข้า มาช่วย แก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการหมุนเวียนเงินออมให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดง่ายทำยาก โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจที่มีปัญหา การปล่อยสินเชื่อเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนมากจะทำอย่างไรให้สินเชื่อที่ปล่อยลงไปมีความหมาย ไม่ใช่ปล่อยไปแบบเปล่าประโยชน์ ซึ่งเป็นความท้าทายที่ รัฐบาลและเอกชนต้องร่วมมือกัน