ประเด็นหลักจากโรดโชว์
ประเด็นการลงทุน
เราพา คุณโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ LPN พบนักลงทุนสถาบันสัปดาห์ที่แล้ว ทังนี้เรามองว่าในระยะสั้นตลาดอาจมีความกังวลต่อการโอนโครงการ Lumpini Township รังสิตที่ล่าช้ากว่าเป้าหมาย แต่อย่างไรก็ตามเ LPN ยังเป็นบรษัทที่มีความชัดเจนของรายได้ในปี 2559 มากที่สุดในหุ้นในกลุ่มอสังหาฯเพื่อขายทีอยู่ภายใต้การวิเคราะห์ของเรา อีกทั้งยังซื้อขายอยู่ในระดับที่ถูกมากที่ PER ปี 2559 เพียง 7.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระหว่างปี 2549-2558 ที่ 9.1 เท่าอยู่มาก ทำให้เรายังคงแนะนำ ซื้อ โดยทอยอยให้สะสมหุ้นหากราคาลดลงในระยสั้น ทั้งนี้เราให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2559 ใหม่ที่ 20 บาท (จาก 21.5) เนื่องจากปรับลดเป้าหมาย PER มายู่ที่ 10 เท่า เพื่อให้ใกล้ค่าเฉลี่ยระยะยาวของบริษัท (จาก 11 เท่า) เพื่อสะท้อนความชัดเจนของกำไรในปี 2560 ที่ยังไม่โดดเด่นนัก
ไม่แปลกใจยอดจองซื้อปี 2558 ต่ำกว่าเป้า
โครงการเปิดใหม่ในปี 2558 มีอยู่เพียงโครงการคอนโด 4 โครงการ มูลค่ารวม 5.9 พันล้านบาท (3 โครงการในกรุงเทพฯ และ อีก 1 โครงการในชะอำ) เมื่อเทียบกับมูลค่าเปิดตัวรวมในปี 2557 ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท อัตราจองซื้อเฉลี่ยในปี 2558 อยู่ที่ 55% ซึ่งถือว่าไม่แย่นักท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจผันผวน ทั้งนี้ถึงแม้ยอดเปิดตัวในปี 2558 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญแต่ LPN ยังสามารถมียอดจองซื้อโครงการคอนโดรวมในปี 2558 ได้ถึง 1.45 หมื่นล้านบาท เนื่องจากประสบความสำเร็จในกลยุทธ์การขายสินค้าในสต็อกสูงถึง 1.1 หมื่นล้านบาทหรือคิดเป็น 77% ของยอดจองซื้อในปี 2558 ทั้งหมด อย่างไรก็ตามเราไม่แปลกใจที่ LPN ไม่สามารถบรรลุเป้ายอดจงอซื้อปี 2558 ที่ 1.6 หมื่นล้านบาทได้ ทั้งนี้การรับรู้รายได้จาการขายคอนโดในปี 2558 คาดจะอยู่ที่ราว 1.55 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าของ LPN ที่ 1.6 หมื่นล้านบาทเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้หากรวมรายได้โครงการที่อยู่อาศัยแนวราบมูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท เราคาดรายได้จากการขายโครงการที่อยู่อาศัยปี 2558 จะอยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% YoY นอกจากนี้กำไรต่อหุ้น ปี 2558 น่าจะสูงกว่าที่เราคาดไว้ 4% มาอยู่ที่ 1.78 บาท เพิ่มขึ้น 30% YoY จากความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีมาก
คาดกำไรไตรมาส 4/58 ไม่ตื่นเต้น แต่ปันผลสำหรับ 2H15 และกำไรครึ่งแรกปี 2559 สวยงาม
เราคาดทั้งยอดจองซื้อไตรมาส 4/58 ไม่น่าตื่นเต้นนักอยู่ที่ราว 2.5 พันล้านบาท ลดลง 38% YoY และ 18% QoQ และทั้งกำไรหลักไตรมาส 4/58 จะอยู่ที่ 496 ล้านบาท
ลดลง 31% YoY และ 51% QoQ แม้ว่าตัวเลขไตรมาส 4/58 ไม่ตื่นเต้นแต่เราคาดการณ์เงินปันผลสำหรับผลประกอบการครึ่งหลังของปี 2558 ที่ 0.6 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเบื้องต้นถึง 4.0% คาด XD ปลายเดือน ก.พ นี้ อีกทั้ง LPN มีเป้าหมายสำคัญมุ่งเน้นรายได้จากการโอนโครงการคอนโดรวม 1 หมื่นล้านบาทในช่วงเดือนม.ค.-เม.ย. 2559 ก่อนมาตรการประตุ้นอสังหาฯ เศรษฐกิจของรัฐจะสิ้นสุดลง ณ วันที่ 28 ม.ย. ทำให้เป้าหมายรายได้โครงการที่อยู่อาศัยสำหรับครึ่งแรกของปี 2559 คาดเติบโตก้าวกระโดดอย่างน้อย 40% YoY
ยังคงต้องจับตามองการโอนโครงการ Township รังสิต
ยอดโอนโครงการ Lumpini Township รังสิตเฟส 1 (มูลค่ารวม 2.4 พันล้านบาท ยอดจองที่ 70% เริ่มโอนตั้งแต่เดือนพ.ย. 2558) ต่ำกว่าเป้าบริษัทกว่าประมาณครึ่งหนี่ง ส่งผลให้ตลาดจับตามองคามเร็วในการโอนโครงการดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง (ทั้งหมด 3 เฟส มูลค่ารวมกว่า 7 พันล้านบาท) ซึ่งประมาณการของเราสันนิษฐานรายได้โครงการ Township รังสิตจะอยู่ที่ 4 พันล้านบาทในปี 2559 หรือ 24% ของรายได้ปี 2559 ทั้งหมด
เปิดแผนปี 2559 รายได้ชัดเจน ในขณะที่จำเป็นต้องเปิดตัวโครงการใหม่เพื่อต่อยอดรายได้ปี 2560
คุณโอภาสเปิดเผยแผนธุรกิจปี 2559 ซึ่งประกอบไปด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่มูลค่ารวม 1.76 หมื่นล้านบาท เป้ายอดจองซื้อที่ 1.76 หมื่นล้านบาท (เพิ่มขึ้น 21%)และเป้าหมายการรับรู้รายได้จากคอนโดที่ 1.76 หมื่นล้านบาท (เพิ่มขึ้น 10%) ทั้งนี้เรามองว่าบริษัทมีความชัดเจนของกำไรในปี 2559 สูงจากยอดขายรอรับรู้รายได้ ณ สิ้นปี 2558 ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งรับประกันรายได้ 68% ของประมาณการทั้งปี ของบริษัทและของเรา ทั้งนี้โครงการคอนโดเปิดตัวใหม่ในปี 2559 คาดอยู่ในมูลค่าประมาณ 1-2 พัน ลบ เพื่อจำกัดดความเสี่ยง อย่างไรก็ตามเรามองว่าบริษํทอาจเปิดโครงการคอนโดใหม่ในปี 2559 อยู่ที่เพียง 1.2-1.4 หมื่นบ้านบาทหรือประมาณ 7 โครงการ เป็นอย่างน้อย เพื่อโอนทันปี 25560 และสร้างความชัดเจนของรายได้ปี 2559 ที่จะรักษาระดับอัตราการเติบโตของรายได้ในปี 2560 แบบยั่งยันให้อยู่ที่ 10% ทั้งโครงการคอนโดแรกที่จะเปิดตัวขึ้นนั้นคือโครงการในแถบบางแวก ณ วันที่ 30 ม.ค. ที่จะถึงนี้









