วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

TRUE - ขาย

แนวโน้มไม่จ่ายเงินปันผล

ประเด็นการลงทุน

ถึงแม้ว่า TRUE จะมีคลื่นความถี่ในมือมากที่สุด ณ ขณะนี้ (ทั้งคลื่นความถี่ต่ำและคลื่นความถี่สูง) ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบด้านการแข่งขัน และเป็นปัจจัยบวกสำหรับการทำธุรกิจที่เหนือคู่แข่ง แต่เราคิดว่าราคาประมูลคลื่นที่ได้มาซึ่งสูงมากอย่างไร้เหตุผลจะเป็นปัจจัยลบที่ฉุดบริษัทในแง่ทางการเงินในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเราประเมินว่าจะส่งผลให้บริษัทต้องกลับไปขาดทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงต้องทำการเพิ่มทุนอีกหลายครั้งและไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้อย่างน้อยในอีก 5 ปีข้างหน้า เรายังคงคำแนะนำ ขาย และแนะนำให้นักลงทุนเปลี่ยนไปลงทุนในหุ้น ADVANC และ INTUCH แทน ซึ่งยังคงการจ่ายเงินปันผลซึ่งให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงถึง 7%

TRUE เป็นผู้ประกอบการที่มีคลื่นความถี่ในมือมากที่สุด ณ ปัจจุบัน

เนื่องจาก TRUE เป็นผู้ชนะการประมูลทั้งคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซและ 1800 เมกะเฮิร์ซในไตรมาส 4/58 จึงถือได้ว่าเป็นผู้ประกอบการที่มีคลื่นความถี่หรือแบนด์วิธในมือมากที่สุดจำนวน 55 เมกะเฮิร์ซ ซึ่งประกอบไปด้วย คลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิร์ซ (15 เมกะเฮิร์ซ) คลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซ (10 เมกะเฮิร์ซ) คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ซ (15 เมกะเฮิร์ซ) และคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิร์ซ (15 เมกะเฮิร์ซ) บริษัทจะแบ่งคลื่นความถี่อย่างน้อยจำนวน 40 เมกะเฮิร์ซจากทั้งหมดที่มีในมือจำนวน 55 เมกะเฮิร์ซเพิ่อไปให้บริการ 4 จี ถึงแม้ว่า DTAC มีคลื่นความถี่ในมือรวมทั้งสิ้น 70 เมกะเฮิร์ซ แต่ DTAC ก็สามารถใช้คลื่นความถี่ได้เพียงแค่ 50 เมกะเฮิร์ซเท่านั้น ณ ปัจจุบัน และจำนวน 55 เมกะเฮิร์ซจากทั้งหมด 70 เมกะเฮิร์ซก็สามารถใช้ได้จนถึงวันที่สัมปทานหมดอายุในเดือนก.ย.2561 เท่านั้น เราประเมินว่าเพื่อที่จะให้บริการ “4 จีแอดวานซ์” อย่างมีคุณภาพ ผู้ประกอบการจำเป็นที่จะต้องมีคลื่นความถี่ในมืออย่างน้อย 40 เมกะเฮิร์ซ

คาด TRUE ขึ้นมาเป็นคู่แข่งท้าทาย ADVANC และมาแทนที่ DTAC ในระยะยาว

เนื่องจากคลื่นความถี่ในมือซึ่งประกอบไปด้วยคลื่นความถี่ต่ำ (สำหรับความครอบคลุม) และคลื่นความถี่สูง(สำหรับคาปาซิตี้) เราจึงเชื่อว่า TRUE จะได้ประโชน์ในระยะยาวสำหรับการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดผู้ใช้บริการจากการให้บริการได้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดพรีเพดในต่างจังหวัดซึ่งคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซจะมีข้อได้เปรียบด้านความครอบคลุมพื้นที่ที่กว้างกว่าและใช้เงินลงทุนที่ต่ำกว่า คลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซสามารถประหยัดงบลงทุนได้ถึง 4.5 หมื่นล้านบาทสำหรับการเข้าถึงความครอบคลุมจำนวนประชากรได้ถึง 97% เราเชื่อว่าประเด็นนี้จะส่งผลเสียต่อ ADVANC และ DTAC ในระยะยาวสำหรับการสูญเสียส่วนแบ่งตลาดกลุ่มลูกค้าในต่างจังหวัดไปให้กับ TRUE


เนื่องจาก TRUE ตั้งเป้าที่จะขึ้นมาเป็นคู่แข่งโดยตรงท้าทายกับ ADVANC และตั้งเป้าที่จะขึ้นไปแทนที่ DTAC ซึ่งอยู่ในอันดับ 2 ในระยะยาว เราเชื่อว่า TRUE จะทำการประมูลคลื่นความถี่ใหม่ในรอบถัดไปซึ่งคาดว่าจะได้คลื่นความถี่ใหม่มาในราคาที่สูงมากอย่างไม่สมเหตุสมผลอีกเช่นกัน ซึ่งเราคาดว่าการประมูลคลื่นความถี่รอบใหม่ได้แก่ คลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิร์ซ (ในช่วงครึ่งแรกของปี 2560) และคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ซ (ในช่วงครึ่งหลังของปี 2561) ซึ่งคาดว่า TRUE จะได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากกลุ่มซีพีและไชน่าโมบาย เราเชื่อว่าเป้าหมายส่วนแบ่งการตลาดด้านรายได้ของ TRUE ที่ 30% ภายในระยะเวลา 3 ปีภายใต้การเข้าครอบครองคลื่นคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซในมือ ณ ปัจจุบันดูแล้วมีความเป็นไปได้สูงที่จะทำได้ในอนาคต

คาดเพิ่มทุนในช่วงปี 2560-62 และไม่มีการจ่ายเงินปันผล

ถ้าอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัทสูงกว่า 2 เท่า แนวโน้มที่จะไม่จ่ายเงินปันผลมีความเป็นไปได้สูง เราคาดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนมีแนวโน้มอยู่ที่ 1.73 เท่า ณ สิ้นปี 2561 ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดเป็น 3.32 เท่า ณ สิ้นปี 2562 เนื่องจากการเบิกเงินกู้ก้อนใหญ่สำหรับการจ่ายค่าไลเซ่นส์งวดสุดท้ายของค่าประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซจำนวน 6 หมื่นล้านบาท ถึงแม้ว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนจะยังคงต่ำกว่า 2 เท่าในช่วงปี 2559-61 แต่เราก็ยังคงคาดว่าบริษัทจะทำการเพิ่มทุนในช่วงปี 2560-62 เพื่อที่ปรับโครงสร้างทุนเพื่อให้สามารถกู้เพิ่มอีกครั้งสำหรับการประมูลในรอบหน้าของคลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิร์ซ (ในช่วงครึ่งแรกของปี 2560) และคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ซ (ในช่วงครึ่งหลังของปี 2561) และคาดว่าจะไม่มีการจ่ายเงินปันผลเนื่องจากภาระเงินลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ 4 จีที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมากในอีก 5 ปีข้างหน้า บริษัทตั้งเป้างบลงทุน 4 จีจำนวน 5.5 หมื่นล้านบาท (ไม่รวมค่าประมูลคลื่นความถี่) ในช่วงปี 2559-61 ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับสมมติฐานของเราที่ 5.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งภาระเงินลงทุนจะได้รับการสนับสนุนจากซัพพลายเออร์เครดิตซึ่งคาดว่าจะได้เงื่อนไขที่ดีและมีระยะเวลาที่ปลอดชำระเงินต้น วงเงินกู้ร่วมจากหลายธนาคารและสถาบันการเงิน กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และเงินที่จะได้มาจากการลดสัดส่วนของ TRUE ที่ถืออยู่ใน DIF ในอนาคต