วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งผันผวนทั้งสัปดาห์

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (7-13 ม.ค. 2559)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปปรับตัวลง DJIA -4.5%, DAX -2.5%, CAC ฝรั่งเศส -2.0% และ FTSE -1.9% ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจจีน แม้ว่าธนาคารกลางจีนทรงค่าเงินหยวนเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้วก็ตาม รวมถึงปัจจัยลบจากการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มพลังงาน 

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (7-14 ม.ค. 2559)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวลงแรง 10.5% ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 สำหรับในปี 2559 และปรับตัวลงหลุดแนว 3,000 จุดระหว่างสัปดาห์ แม้ว่าค่าเงินหยวนกลางจากธนาคารกลางจีนจะเริ่มทรงตัวในสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงตัวเลขส่งออกที่ออกมาขยายตัวสวนทางกับที่ตลาดคาดก็ตาม แต่ความกังวลต่อเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว บรรยากาศการลงทุนยังเป็นไปในเชิงลบต่อเนื่อง ความเชื่อมั่นของนักลงทุนอยู่ในระดับต่ำ

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (7-14 ม.ค. 2559)

SET INDEX ปรับตัวขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าหุ้นหลักกลุ่มพลังงานอย่าง PTT/PTTEP จะปรับตัวลงตามทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวของกลุ่ม Domestic Play อย่างกลุ่ม ICT และธนาคารทำให้ SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,263.29 จุด เพิ่มขึ้น 3.25 จุด หรือ +0.26% ณ วันที่ 14 ม.ค.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (15-21 ม.ค. 2559)

MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลาง” ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยจุดตัดสำคัญคือผลการดำเนินงานของธนาคารขนาดใหญ่ที่จะเริ่มทยอยประกาศในวันที่ 20 ม.ค.นี้ หากออกมาใกล้เคียงหรือดีกว่าคาด และความเห็นของนายธนาคารต่อทิศทางธุรกิจในปี 2559 จะฟื้นตัวขึ้นจากปี 2558 และมีปัจจัยเสี่ยงที่คลายตัวลง เราเชื่อว่าเม็ดเงินทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาเก็งกำไรในตลาดหุ้นไทยชัดเจนมากยิ่งขึ้น

เราประเมินกรอบแกว่งของ SET INDEX ระยะสัปดาห์ระหว่าง 1,250/60-1,280/90 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย 4.0-5.0 หมื่นล้านบาท/วัน ขณะที่ปัจจัยภายนอกในสัปดาห์หน้า ตลาดหุ้นจีน และตัวเลข GDP ใน 4Q58 ของจีน ซึ่งจะรายงานในวันที่ 19 ม.ค. จะเป็นตัวกำหนดบรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นทั่วโลก

กลยุทธ์การลงทุน เราคงคำแนะนำ “นักลงทุนเลือกเก็งกำไรเป็นรายตัว เน้นหุ้นที่แนวโน้มผลการดำเนินงานใน 4Q58 เติบโตเด่น qoq และ/หรือ yoy” เป็นทางเลือกของการคัดสรรหุ้นที่น่าสนใจ

ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในสัปดาห์หน้า ได้แก่

1. ติดตามการประชุม ครม.วันอังคารที่ 19 ม.ค. อาจมีการพิจารณาโครงการลงทุนขนาดใหญ่เพิ่มเติม หลังปัญหาราคายางตกต่ำได้รับการพิจารณาเป็นวาระเร่งด่วนในสัปดาห์นี้ไปแล้ว

2. ติดตามการประชุม กทค. วันที่ 19 ม.ค. ต่อการพิจารณา Remedy Period ให้แก่ทาง ADVANC เพื่อให้มีเวลาในการโอนย้ายลูกค้าจากคลื่นความถี่ 900MHz ออกไปได้กี่วัน

3. ติดตามการชำระเงินงวดแรก และ Bank Guarantee ของ JAS และ TRUE ต่อกสทช. ระหว่างวันที่ 15-18 ม.ค.

4. ติดตามการประชุม ECB วันที่ 21 ม.ค. Bloomberg consensus คาดคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.05%

5. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตฯ-อัตราเงินเฟ้อ สหรัฐ/ดุลการค้า-ดัชนี PMI ภาคการผลิต ของอียู/อัตราเงินเฟ้อ-ภาวะการจ้างงาน อังกฤษ/ผลผลิตภาคอุคฯ-คำสั่งซื้อเครื่องจักร ญี่ปุ่น/GDP ใน 4Q58-ผลผลิตภาคอุตฯ ของจีน