เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง และอิเล็กทรอนิคส์ ที่ราคาลงมาเยอะแล้วและมีพื้นฐานดี
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : กลับมาเป็นลบ
หลังจากปรับขึ้นแรง 2 วันติดต่อกัน ตลาดไทยมีแนวโน้มพักฐานลงในวันนี้ตามทิศทางตลาดส่วนใหญ่ในภูมิภาค หลังจากที่ดัชนีดาวโจนส์ย่อลงกว่า 300 จุด โดยปัจจัยลบได้แก่ ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจจีนและราคาน้ำมันที่อ่อนแอลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 12 ปีจึงมีโอกาสกดดันกลุ่มพลังงานและ SET Index โดยรวมอีกรอบในวันนี้
แนวรับ/แนวต้าน : 1250/1300 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง และอิเล็กทรอนิคส์ ที่ราคาลงมาเยอะแล้วและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว
นักลงทุนระยะสั้น : SVI(6.20), ORI (15)
SVI(6.20) งบ Q3 ออกมาดีแล้ว ต่อไปงบ Q4 จะเข้าสู่ช่วงพีค ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้ส่งออกง่ายขึ้นและไม่ส่งออกไปจีน ทำให้ผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวมีค่อนข้างน้อยต่อ SVI ส่วนปีนี้จะเดินเครื่องผลิตได้เต็มที่เหมือนก่อนช่วงไฟไหม้ ประกอบกับ demand จากยุโรปยังแข็งแกร่งอยู่และปีหน้าจะได้ลูกค้าใหม่จากอเมริกามา 6 ราย เป็นรายได้เสริมถึง 1,200 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรมีโอกาสจะโตถึง 32%ในปีหน้า เเถม PE ของSVI ปัจจุบัน 11.6 เท่า ถูกกว่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 12.6 เท่าด้วย
ORI (15) แนะนำเอาไว้เล่นสั้น ลงซื้อ ขึ้นขาย คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการลงทุนของภาครัฐที่จะทำให้มีการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าและดีมานด์คอนโด นอกจากนี้มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงช่วยหนุน sentiment ในปี 59 ทั้งนี้เป้ายอดขายพรีเซลอยู่ที่ 7 พันล้านบาท โตต่อเนื่องจากปี 58 โดยมีแผนเปิด 8-10 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวม 1 หมื่นล้าน ทำให้รายได้และกำไรเติบโตได้ต่อ และรายได้มีโอกาสแตะ 4 พันล้านบาท สูงขึ้นเท่าตัวจาก 2 พันล้านบาทในปี 58
นักลงทุนระยะยาว : SYNTEC (3.80), CK (34)
SYNTEC (3.80) สำหรับหุ้นรับเหมาขนาดเล็กตอนนี้ Top pick ของเราเป็นหุ้นพื้นฐานดี ปันผลมั่นคงคือ SYNTEC มี margin สูงและมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ทำให้งบไตรมาส 4 จะดีต่อเนื่องจากงบไตรมาส 2และ3 ที่ดีอยู่แล้วโดยทั้งปี 58 การรับงานทั้งปีจะสูงใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาทถือว่าเติบโตชัดเจนจากปีก่อน นอกจากนี้ยังมีแผนประมูลงานเพิ่มอีกในช่วงระยะสั้นนี้ได้แก่งาน CPN, NOBLE, SUPALAI บวกกับแผนการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าของรัฐบาลระยะยาวก็ช่วยให้มีการสร้างคอนโดเพิ่มและประมูลงานก่อสร้างเพิ่ม ทำให้มีรายได้มาเพิ่มระยะสั้นถึงยาวให้ SYNTEC
CK (34) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปี 2559 (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการของบริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปี 2559 (4)Q3 & Q4 ของปี 2558 sale & earnings ไม่ค่อยดี แต่โครงการ mega projects จะชัดเจนมากขึ้นปี 2559 ทั้งการประมูลและการก่อสร้างจริง ดังนั้นช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ รัฐบาลเดินหน้า "ประชารัฐ" ผนึกเอกชนภาคประชาชนเซ้นเอ็มโอยู 3 ฉบับ หนุนภาคเกษตร "สมคิด" ชี้เป็นความหวังดันเศรษฐกิจโตระยะยาวย้ำ 5 นโยบายหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีนี้วอนคนวิจารณ์ให้รอดูผลงาน ด้านเซเว่นฯ เล็งรับสินค้าเกษตรขายในสาขาทั่วประเทศเพิ่ม "บิ๊กซี" เตรียมซื้อเพิ่ม 20% หนุนเอกชนสัมมนาต่างจังหวัดช่วยท่องเที่ยวชุมชน
+ 'ปตท.-บางจาก' แจ้งลดราคาน้ำมันดีเซลลง 40 สตางค์ เหลือ 19.69 บาทต่อลิตร นักวิชาการพลังงานบี้ภาคขนส่งและอุตสาหกรรมต้องลดค่าบริการ ราคาสินค้า ชี้แนวโน้มยังปรับลงได้อีก หลังน้ำมันดิบดูไบจ่อเหลือแค่ 25 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แนะรัฐสร้างสมดุล ปล่อยราคาตามกลไกตลาด เก็บภาษีสรรพสามิต นำเงินเข้ากองทุนน้ำมัน
+ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า คลังจะออกมาตรการภาษีท่องเที่ยวรอบใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าการให้นำรายจ่ายจากการท่องเที่ยวมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 1.5 หมื่นบาท ที่สิ้นสุดเมื่อ 31 ธ.ค. 2558 น้อยไปหรือไม่ และการออกมาตรการควรมีระยะเวลาเท่าไหร่ อัดฉีดภาษีหนุนเที่ยว คลังจ่อให้ลดหย่อนภาษีเพิ่ม เอกชนวอนขยับเป็นปีละ 3 หมื่น
+ นายวิชิต ประกอบโกศล ประธานบริษัท ซีซีที กรุ๊ป เปิดเผยว่า มั่นใจว่าตลาดนักท่องเที่ยวจีนยังโตต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าเศรษฐกิจจีนยังขยายตัวได้ดี รัฐบาลจีนประกาศว่าปีนี้เศรษฐกิจน่าจะโต 6.5% ขณะที่เอกชนมองว่าจะโตไม่ต่ำกว่า 6% แน่นอน ซึ่งกรณีที่เศรษฐกิจจีนโต 6% นักท่องเที่ยวจีนมาไทยจะเพิ่มขึ้นระดับปกติ 10% จากปีก่อนมีนักท่องเที่ยวจีนมาไทยกว่า 8 ล้านคน ปีนี้น่าจะแตะ 9 ล้านคน ถ้าทำได้ระดับนี้ผู้ประกอบการก็พอใจแล้ว
ปัจจัยต่างประเทศ
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,151.41 จุด ร่วงลง 364.81 จุด หรือ -2.21%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนักเมื่อคืนนี้ (13 ม.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนกระหน่ำขายหุ้นกลุ่มธุรกิจเพื่อสุขภาพ และกลุ่มสินค้าเพื่อผู้บริโภค
+ ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับตัวขึ้น 31.73 จุด หรือ +0.54% ที่ 5,960.97 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (13 ม.ค.) จากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของหุ้นกลุ่มเหมืองแร่และหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น
+ ดัชนีนิกเกอิปิดพุ่งขึ้น 496.67 จุด หรือ 2.88% แตะที่ 17,715.63 จุด ซึ่งเป็นการปิดบวกวันแรกหลังจากที่ดิ่งลงติดต่อกัน 6 วันทำการก่อนหน้านี้ โดยนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นอย่างคึกคักหลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ และจากการที่ตลาดคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน
- สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือนก.พ.ขยับขึ้น 4 เซนต์ หรือ 0.1% ปิดที่ 30.48 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (13 ม.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยในสัปดาห์ที่แล้ว









