กำไรขยายตัวได้อย่างช้าๆ
ประเด็นการลงทุน
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2559 ลง 8% รวมถึงปรับลดราคาเป้าหมายสิ้นปี 2559 ลง เป็น 38.75 บาท จาก 42 บาท เนื่องจากเราคาดว่ายอดขายจะยังคงชะลอตัว ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร/ยอดขายน่าจะอยู่ที่ระดับสูงสุดต่อไปอีกปี ปัจจุบันเราคาด EPS เติบโตเพียงแค่ 12.8% ในปี 2559 ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 19.2% ด้วยแนวโน้มการเติบโตที่ชะลอตัวดังกล่าว เราคิดว่า PER ปี 2559 ในระดับปัจจุบันที่ 27.8 เท่านั้นเต็มมูลค่าแล้ว ดังนั้น เราปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ จาก ซื้อ
ถ้าหากประมาณการของเราถูกต้อง CPALL น่าจะไม่สามารถขายหุ้น MAKRO ได้ภายในปีนี้ เนื่องจากราคาหุ้นของ MAKRO น่าจะไม่สามารถปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าต้นทุนของ CPALL ได้ ดังนั้น ปัจจัยที่จะทำให้ปรับประมาณการกำไร CPALL ขึ้นน่าจะยังไม่เห็นในอนาคตอันใกล้นี้
คาดผลประกอบการไตรมาส 4/58 อ่อนตัว
ผลประกอบการในไตรมาส 4/58 น่าจะยังคงอ่อนตัว เราคาดกำไรไตรมาส 4/58 อยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY โดยยอดขายสาขาเดิมมีแนวโน้มลดลงประมาณ 3% ในขณะที่รายได้รวมน่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 6% YoY เป็น 39.8 พันล้านบาทในไตรมาส 4/58 โดย 3 ปัจจัยหลักที่เป็นสาเหตุให้ยอดขายอ่อนตัวคือ 1)การสะดุดของการดำเนินงานในช่วงการติดตั้งโปรแกรมทางด้านการวางแผนทรัพยากรขององค์กร (ERP) ในเดือนต.ค. 2) ผลกระทบจากการกินกันเอง และ 3) ยอดขายอาหารแห้งที่ลดลง (คิดเป็น 60% ของยอดขายรวม) ตามการบริโภคในประเทศที่อ่อนตัวลง ปัจจัยบวกเพียงอย่างเดียวในไตรมาสนี้น่าจะเป็นอัตรากำไรข้างต้นที่ขยายตัวอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมการขาย โดยยอดขายของอาหารที่มีอัตรากำไรสูงยังคงแข็งแกร่ง ในขณะที่ยอดขายของอาหารที่มีอัตรากำไรต่ำลดลง
การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารน่าจะยังคงกดดันการเติบโตของกำไรในระยะสั้น-กลาง นอกจากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากการขยายสาขาแล้ว ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเปิดใช้สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ในไตรมาส 2/59 น่าจะหนุนให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสูงขึ้นเกือบ 100 ล้านบาทต่อปี
อาจทบทวนแผนขยายธุรกิจ
ผู้บริหารกล่าวว่า บริษัทอาจทบทวนการเปิดสาขาใหม่ในระยะยาว เนื่องจากการซื้อขายออนไลน์ (รวมถึงยอดขายผ่านคอลล์เซ็นเตอร์) เติบโตอย่างรวดเร็วและกินส่วนแบ่งการตลาดของบริษัท บริษัทได้สูญเสียลูกค้าบางส่วนให้กับผู้ขายสินค้าเฉพาะอย่างซึ่งเข้ามาติดต่อกับลูกค้าของบริษัทเมื่อกลุ่มลูกค้าเหล่านั้นมีขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นและมียอดขายสั่งซื้อที่มากขึ้น ผู้ขายสินค้าเหล่านี้มีข้อเสนอที่ดีกว่า อย่างเช่น บริการการจัดส่ง การให้เครดิตเทอมและบางครั้งราคาอาจต่ำกว่า
บริษัทจึงกำลังพิจารณาที่จะจัดตั้งหน่วยงานที่จะเข้ามาดูแลกับลูกค้ารายใหญ่เหล่านี้และให้บริการในการจัดส่งสินค้า ซึ่งในส่วนนี้จะทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นเพื่อที่จะรักษาส่วนแบ่งการตลาด
คาดขยายธุรกิจไปต่างปรเทศเร็วๆนี้
บริษัทน่าจะกลับมาพิจารณาแผนในการเปิดสาขาในพม่าอีกครั้ง หลังจากที่นโยบายทั่วไปสำหรับการลงทุนจากต่างชาติมีแนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลงหลังมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ โดยน่าจะได้เห็นสาขาแรกในปีนี้ ในมุมมองของเรา แม้ว่า การขยายตัวไปต่างประเทศน่าจะหนุนการเติบโตในระยะยาวของบริษัท แต่น่าจะกดดันการเติบโตของกำไรในระยะสั้น-กลาง เนื่องจากธุรกิจในต่างประเทศน่าจะมีผลขาดทุนไปอย่างน้อย 3-5 ปี






