วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ติดตามจีนและราคาน้ำมัน

ปัจจัยติดตามสัปดาห์นี้ เป็นเรื่องจีน จากสัปดาห์ที่แล้ว

ทางการจีนได้ออกมาตรการเกี่ยวกับตลาดหุ้นและค่าเงินมาแต่ผลของมาตรการกลับทำให้สถานการณ์ทั้งตลาดหุ้นและมุมมองของนักลงทุนต่อเศรษฐกิจจีนยิ่งแย่ลงไปอีกคือไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย ทั้ง Circuit breaker และการกำหนดค่าเงินหยวนที่ต่ำลง สุดท้ายแล้วต้องยกเลิกมาตรการ Circuit breaker และกลับมากำหนดค่าเงินหยวนให้สูงขึ้น ทำให้ตลาดขาดความเชื่อมั่นในมาตรการของทางการจีนไปพอสมควรทีเดียว และมีความกังวลว่าเศรษฐกิจจีนจะชะลอไปกว่าที่คาดกันไว้เดิมด้วยสำหรับสัปดาห์นี้ต้องติดตามตัวเลขการส่งออกและนำเข้าของจีนที่จะประกาศในวันพุธซึ่งจะบ่งบอกถึงอุปสงค์ของโลกและอุปสงค์ภายในประเทศจีนเองว่าจะแย่ลงไปอีกหรือไม่ 

นอกจากนี้ปัจจัยที่สำคัญคือ ราคาน้ำมันโลกที่ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องยังกดดันตลาด แม้ปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐในสัปดาห์ที่แล้วที่ลดลง 20 แท่น เหลือที่ 516 แท่น เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีที่แล้วอยู่ที่มากกว่า 1,421 แท่น แต่ราคาน้ำมันก็ยังคงลดลงดังนั้น ตลาดจึงกลัวว่าราคาน้ำมันอาจจะลงต่อไปอีก 

ด้านสหรัฐตัวเลขการว่าจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-farm payrolls) ยังออกมาดีมากที่ระดับ 292,000 และอัตราการว่างงานอยู่ที่ระดับ 5% ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 6-7 ปี แม้ตัวเลขเศรษฐกิจอื่น ๆ จะชะลอตัวและจะต้องติดตามตัวเลขผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนฯ ไตรมาส 4/2558 ที่จะเริ่มประกาศในต้นสัปดาห์นี้ โดยนักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่าจะออกมาไม่ดีนัก ด้านการประชุม FOMC คาดว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ และคาดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม เดือน มีนาคม

ส่วนปัจจัยในประเทศ ต้องติดตามการประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนฯ ไตรมาส 4/2558 และสรุปผลประกอบการ ปี 2558 โดยคาดว่า กลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะกลุ่มผลิตและสำรวจ น่าจะออกมาไม่ดีนัก และเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมใหญ่ที่จะกระทบต่อภาพรวมตลาดหุ้น

ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี มีอัตราเงินปันผลจ่ายสูง หรือเป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ จากการท่องเที่ยว จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ หรือหุ้นที่มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัว

ดังนั้น สัปดาห์นี้ คาดว่า ตลาดหุ้นจะยังผันผวนจากความกังวลเรื่องจีน และราคาน้ำมัน

ด้าน Trading Idea ประจำสัปดาห์นี้ แนะนำซื้อ SVI ของบริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์ของ SVI ได้แก่ อุปกรณ์ด้านโทรคมนาคม กล้อง วิดีโอ เซนเซอร์รถยนต์ อุปกรณ์ใยแก้วนำแสงรวมไปถึงการแพทย์

SVI ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า ทำให้ได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและธุรกิจที่ฟื้นตัวหลังจากเหตุการณ์ไฟไหม้ในปี 57ทั้งนี้ SVI ได้ตั้งโรงงานใหม่ในปี 2558 และวางแผนจะตั้งโรงงานที่กัมพูชาด้วย ปี 2559 นี้ ทำให้ปี 2559 นี้จะเป็นปีแรกที่อัตรากำลังการผลิตได้กลับไปเท่าก่อนเกิดไฟไหม้แบบเต็มปีและคาดว่าจะแก้ปัญหาคอขวดด้านการผลิตได้ในไตรมาสแรกของปี 2559 แล้วจึงพร้อมผลักดันให้ผลประกอบการเติบโตได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้ อุปสงค์ด้านเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่มีอย่างต่อเนื่องจากความรุดหน้าทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วและ lifestyle ที่เปลี่ยนแปลงตามเป็นประเด็นหนุนพื้นฐานของ SVI

โดยจาก Consensus ของสมาคมนักวิเคราะห์ คาดว่าในปี 2559 SVI จะมีกำไรปกติจะเติบโต 48% โดยหักกำไรจากการได้รับค่าสินไหมทดแทนจากประกันวินาศภัยกรณีไฟไหม้มูลค่าประมาณ 1,200 ล้านบาทในปี 2558

ด้านปัจจัยทางเทคนิคเกิดสัญญาณซื้อทั้งรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือนและเงื่อนไขความจำเป็นทางเทคนิคที่ต้องปิด falling gap ที่เกิดขึ้นที่ 5.95 ทำให้หุ้นมีแนวโน้มจะทำ New high ใหม่ที่ 6.65บาทราคาเป้าหมายด้านพื้นฐานจากสมาคมนักวิเคราะห์อยู่ที่ 6 บาท