ตั้งสำรองหนี้สูงขึ้น กดดันกำไรปี 2559
ประเด็นการลงทุน
เราเข้าร่วมการประชุมนักวิคราะห์เมื่อวานนี้ ผู้บริหารกล่าวว่า เป้าอัตราการเติบโตของสินเชื่ออยู่ที่ 3-4% ในปี 2559 และยังมีความกังวลเกี่ยวกับสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อย่างมาก บริษัทมีนโยบายที่ค่อนข้างระมัดระวังเพื่อตอบสนองต่อเศรษฐกิจที่ค่อนข้างเปราะบางในช่วงนี้ กระตุ้นให้เราปรับเพิ่มการตั้งสำรองฯประมาณการ 30% ที่ 21.5 พันล้านบาท ในปี 2559 สะท้อนเป้าการเพิ่มอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของ KTB ที่ 130% ปี 2559 จาก 103% ในไตรมาส 3/58 ในขณะที่ ประมาณการอัตราการเติบโตของสินเชื่อปี 2559 ที่ 5% ยังคงมีความเสี่ยงจากการดำเนินนโยบายแบบอนุรักษ์นิยม การตั้งสำรองที่สูงขึ้นในปี 2559 กระตุ้นให้เราปรับลดผลประกอบการปี 2559 ลง 8% ที่ 33 พันล้านบาท เรายังปรับลดราคาเป้าหมายเหลือ 17.70 บาท อ้างอิงจาก PBV สิ้นปี 2559 ที่ 0.90 เท่า จากมูลค่าหุ้นที่ค่อนข้างถูก (ปัจจุบันธนาคารซื่อขายที่ PBV ที่ 0.8 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยที่ 1.2 เท่า) และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (5.8% ในปี 2559) เรายังคงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร
ปรับเข้าสู่โหมดระมัดระวังในปี 2559
เป้าการเติบโตของสินเชื่อของ KTB ปี 2559 นั้นเพียงแค่ 3-4% เท่านั้น จากสินเชื่อในกลุ่ม SME ขนาดกลางและค้าปลีก (เป็นกลุ่มที่มีอัตราการดอกเบี้ยกู้ยืมสูง) ซึ่งทำให้บริษัทสามารถรักษาระดับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ที่ระดับใกล้เคียง 3% เท่ากับปีที่ผ่านมา ทั้งนี้บริษัทไม่ได้รวมสินเชื่อภาครัฐปี 2559 ในการประมาณการด้วย อัตราส่วนต้นทุน/รายได้ปี 2558-2559 คาดอยู่ที่ 45-46% จากโปรแกรมการควบคุมต้นทุนที่ทีความคืบหน้า เรามองว่า บริษัทมีมุมมองเชิงอนุรักษ์นิยมมากกว่าที่เราประมาณการ เราคาดสินเชื่อเติบโต 5% ในปี 2558 และ 2559 ด้วยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยทรงตัวที่ 2.9% ในทั้งสองปี
แนวโน้ม NPLเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปี 2559 หนุนตั้งสำรองเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน
แม้ว่าบริษัทจะไม่ได้ให้แนวทางการตั้งสำรองในไตรมาส 4/59 และปี 2559 แต่ผู้บริหารมองว่า น่าจะมีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน จากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและคุณภาพของสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ การตั้งสำรองที่สูงขึ้นในไตรมาส 4/58 จะทำให้ธนาคารตั้งเป้าการเพิ่มอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 130% ณ สิ้นปี 2559 จาก 103% ในไตรมาส 3/58 ดังนั้น เราปรับเพิ่มประมาณการการตั้งสำรองฯปี 2559 อีก 30% ที่ 20.5 พันล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางของบริษัท ดังนั้น เราปรับลดผลประกอบการปี 2559 ลง 8% ที่ 33 พันล้านบาท เราคาดสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ แตะระดับสูงสุดในไตรมาส 2/59 ก่อนลดลงในครึ่งหลังของปี 2559 จากสภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เรามองว่า การตั้งสำรองฯปี 2559 น่าจะต่ำกว่าปีที่ผ่านมา 33% และจะเป็นปัจจัยหนุนกำไรปี 2559 ที่สำคัญ
คาดกำไรไตรมาส 4/58 อ่อนตัวจากการตั้งสำรองที่มากกว่าที่คาด
ผู้บริหารคาดว่า สินเชื่อปี 2558 เติบโต 3-4% ด้วยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ 2.9-3.0% เราคาด KTB รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/58 ที่ 5.3 พันล้านบาท ลดลง 33% YoY และ 1% QoQ อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถรักษาระดับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่มากกว่า 2.9% ในช่วงไตรมาส 1/58-4/58 ซึ่งมากกว่าตัวเลขที่เราไว้ที่ 2.7% ในปี 2558 นอกจากนี้ บริษัทได้รับผลประโยชน์ทางภาษีจากการปรับโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหาและสามารถลดภาษีลง 16% ในปี 2558 ทั้งสองปัจจัยบวกข้างต้นน่าจะสามาถชดเชยการตั้งสำรองฯที่สูงได้ (บางส่วนป็นการตั้งสำรองฯจากหนี้ของ SSI) ในปี 2558 ดังนั้ เราปรับเพิ่มประมาณการปี 2558 เป็น 27 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% จากประมาณการเดิมของเราและ สอดคล้องกับเป้าหมายของธนาคาร








