อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับสูง ถึงแม้ว่าจะปรับลดประมาณการลงจากเดิมจากการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น
ประเด็นการลงทุน
เนื่องจากแนวโน้มสภาพการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจาก JAS และ TRUE ซึ่งอาจจะมาเร็วกว่าที่คาดก่อนหน้า เราจึงตัดสินใจที่จะใช้สมมติฐานที่ดูอนุรักษ์นิยมมากขึ้นสำหรับงบลงทุน รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย และจำนวนผู้ใช้บริการสะสม และทำการปรับประมาณการกำไรสุทธิในช่วงปี 2559-71 และราคาเป้าหมายลงจากเดิม แต่ถึงแม้ว่าจะปรับกำไรสุทธิปี 2559 ลงจากเดิม แต่เราประเมินว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงถึง 7.5% สำหรับในปี 2559 ถือได้ว่าน่าสนใจอย่างมาก เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
การแข่งขันที่รุนแรงอาจมาเร็วกว่าที่คาดก่อนหน้า
เนื่องจาก JAS วางแผนที่เปิดตัวโปรโมชั่น 4 จีในวันที่ 15 ม.ค.ที่จะมาถึง (เช่น โปรโมชั่นรายเดือน 590 บาทที่อัตราความเร็ว 8 กิกะบิตและจำนวนนาทีโทรฟรี 350 นาที) เราจึงคาดว่าการแข่งขันด้านราคาสำหรับบริการ 4 จี ไม่ว่าจะเป็นการอุดหนุนเครื่องโทรศัพท์ให้เปลี่ยนเครื่องเป็น 4 จีโดยทางอ้อมหรือการหั่นอัตราค่าบริการลงตรงๆ มีแนวโน้มมาเร็วกว่าที่คาดก่อนหน้า ถึงแม้ว่าเราจะเชื่อว่าเป้าหมายจำนวนผู้ใช้บริการของ JAS ที่ค่อนข้างสูงที่ 2 ล้านรายภายในสิ้นปี 2559 และ 5 ล้านรายภายในสิ้นปี 2562 จะดูแล้วยากที่จะทำได้ตามเป้าเนื่องจากข้อจำกัดของโครงข่าย 4 จีของ JAS ที่ยังคงมีน้อยในช่วง 2-3 ปีแรก แต่เราก็เชื่อว่าเป้าหมายจำนวนผู้ใช้บริการดังกล่าวจะสร้างความกังวลให้กับตลาดในแง่ของการแข่งขันที่จะมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นภายในปี 2559 นอกจากนี้การยืดซัพพลายเออร์เครดิตและเงื่อนไขในการผ่อนชำระค่าติดตั้งอุปกรณ์จากหัวเหว่ยซึ่งเป็นผู้ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับในช่วง 2-3 ปีแรกก็จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางด้านการเงินและสภาพคล่องให้กับ JAS เพื่อเร่งผลักดันและทำการตลาดกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มขึ้น
ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิในช่วงปี 2559-71 เพื่อสะท้อนสมมติฐานให้เป็นไปในเชิงอนุรักษ์นิยมมากขึ้น
เนื่องจากปัจจัยด้านการแข่งขันจาก JAS และ TRUE ที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นเร็วกว่าคาด เราจึงทำการปรับประมาณการกำไรสุทธิและรายได้ของ ADVANC ให้เป็นไปในเชิงอนุรักษ์นิยมมากขึ้น โดยประการแรก เราปรับประมาณการงบลงทุนเพิ่มขึ้นอีก 34% ในปี 2559 (มาอยู่ที่ 4.5 หมื่นล้านบาท) ปี 2560 ปรับเพิ่มขึ้นอีก 21% (มาอยู่ที่ 4.6 หมื่นล้านบาท) และปี 2561 ปรับเพิ่มขึ้นอีก 16% (มาอยู่ที่ 4.7 หมื่นล้านบาท) เพื่อสะท้อนการลงคาปาซิตี้โครงข่าย 4 จีที่จะเพิ่มขึ้นเพื่อรักษาคุณภาพบริการ 4 จีให้ดีต่อเนื่อง ประการที่สอง เราปรับประมาณการรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายต่อเดือนลงอีก 6% ในช่วงปี 2559-63 (เหลือ 239-240 บาท) และปรับลงอีก 7-16% ในช่วงปี 2564-71 (เหลือ 226-240 บาท) เพื่อสะท้อนถึงกลยุทธ์การลดราคาบริการดาต้าลงจากเดิมเพื่อรักษาฐานลูกค้าปัจจุบันเอาไว้ ประการที่สาม เราปรับประมาณการผู้ใช้บริการสะสม (ที่ไม่รวมลูกค้า 4 จี) ลดลงอีก 7% ณ สิ้นปี 2559 (มาอยู่ที่ 37.6 ล้านเลขหมาย) ลดลงอีก 12% ณ สิ้นปี 2560
(มาอยู่ที่ 36.3 ล้านเลขหมาย) และลดลงอีก 19% ณ สิ้นปี 2561 (มาอยู่ที่ 34.4 ล้านเลขหมาย) เนื่องจากการสูญเสียส่วนแบ่งตลาดผู้ใช้บริการไปให้กับ TRUE และ JAS ซึ่งผลกระทบอาจจะมากกว่าที่เราเคยคาดก่อนหน้า ส่งผลให้เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ลงอีก 11% (มาอยู่ที่ 2.98 หมื่นล้านบาท) กำไรสุทธิปี 2560 ลงอีก 20% (มาอยู่ที่ 3.08 หมื่นล้านบาท) และกำไรสุทธิปี 2561 ลงอีก 29% (มาอยู่ที่ 2.89 หมื่นล้านบาท) และกำไรสุทธิช่วงปี 2562-71 ลงอีก 30-40% พร้อมกันนี้เราปรับราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2559 ซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF ลงอีก 31% (เหลือ 170 บาท)
ส่องกล้องไตรมาส 4/58—คาดกำไรหลักเพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/58 ที่ 1.02 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY และ 19% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษอื่นๆ ในไตรมาส 4/57 และรายการอัตราแลกเปลี่ยน กำไรหลักมีแนวโน้มอยู่ที่ 1.01 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY และ 16% QoQ กำไรหลักที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY เนื่องจากการหายไปของค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์โครงข่าย 2 จีบนสัมปทานคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซที่สิ้นสุดลงไปและต้นทุนด้านกฎระเบียบที่ลดลง ซึ่งจะกลบผลกระทบของค่าใช้จ่ายการทำตลาด ค่าใช้จ่ายบริหารงานทั่วไป และค่าใช้จ่ายด้านโครงข่ายที่เพิ่มขึ้นและรายได้บริการ (ที่ไม่รวมไอซี)ซึ่งลดลงเล็กน้อย อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายน่าจะอยู่ที่ -3% ในไตรมาส 4/58 (เทียบกับ -11% ในไตรมาส 3/58 และ 2% ในไตรมาส 4/57) รายได้บริการ (ที่ไม่รวมไอซี) มีแนวโน้มลดลง 0.8% YoY และ 0.5% QoQ เนื่องจากรายได้บริการทั้งจากระบบโพสต์เพดและพรีเพดที่ลดลง รวมถึงภาวะการบริโภคที่ยังคงอ่อนตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า









