สำหรับเป้าหมาย SET Index ปีนี้คือ 1525 จุด
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : แกว่งในแดนลบด้วยปริมาณซื้อขายเบาบาง
ตลาดไทยวันนี้มีเเนวโน้มจะย่อลงเล็กน้อยด้วยปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนยังคงอยู่ในช่วงหยุดยาว โดยตลาดมีโอกาสปรับลง เนื่องจากขาดเม็ดเงิน LTF RMF เข้ามาหนุนและต่างชาติมีโอกาสขายสุทธิได้ต่อ นอกจากนี้ภายในประเทศยังขาดปัจจัยใหม่ๆมาสนับสนุน แต่อย่างไรก็ตามปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างซาอุและอิหร่านในช่วงนี้ช่วยหนุนราคาน้ำมัน จึงส่งผลบวกต่อกลุ่มพลังงานและทำให้ตลาดทรงตัว ไม่ปรับลงมากในวันนี้
แนวรับ/แนวต้าน : 1270/1300 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 30% : พอร์ตหุ้น 70%
กลยุทธ์ : สำหรับเป้าหมาย SET Index ปีนี้คือ 1525 จุด เก็บสะสมหุ้นกลุ่มรับเหมา อสังหาริมทรัพย์ วัสดุก่อสร้าง และอิเล็กทรอนิคส์ ที่ราคาลงมาเยอะแล้วและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว
นักลงทุนระยะสั้น : SVI(6.20), ORI (15)
SVI(6.20) งบ Q3 ออกมาดีแล้ว ต่อไปงบ Q4 จะเข้าสู่ช่วงพีค ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้ส่งออกง่ายขึ้นและไม่ส่งออกไปจีน ทำให้ผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวมีค่อนข้างน้อยต่อ SVI ส่วนปีนี้จะเดินเครื่องผลิตได้เต็มที่เหมือนก่อนช่วงไฟไหม้ ประกอบกับ demand จากยุโรปยังแข็งแกร่งอยู่และปีหน้าจะได้ลูกค้าใหม่จากอเมริกามา 6 ราย เป็นรายได้เสริมถึง 1,200 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรมีโอกาสจะโตถึง 32%ในปีหน้า เเถม PE ของSVI ปัจจุบัน 11.6 เท่า ถูกกว่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 12.6 เท่าด้วย
ORI (15) แนะนำเอาไว้เล่นสั้น ลงซื้อ ขึ้นขาย คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการลงทุนของภาครัฐที่จะทำให้มีการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าและดีมานด์คอนโด นอกจากนี้มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงช่วยหนุน sentiment ในปี 59 ทั้งนี้เป้ายอดขายพรีเซลอยู่ที่ 7 พันล้านบาท โตต่อเนื่องจากปี 58 โดยมีแผนเปิด 8-10 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวม 1 หมื่นล้าน ทำให้รายได้และกำไรเติบโตได้ต่อ และรายได้มีโอกาสแตะ 4 พันล้านบาท สูงขึ้นเท่าตัวจาก 2 พันล้านบาทในปี 58
นักลงทุนระยะยาว : SYNTEC (3.80), CK (32)
SYNTEC (3.80) สำหรับหุ้นรับเหมาขนาดเล็กตอนนี้ Top pick ของเราเป็นหุ้นพื้นฐานดี ปันผลมั่นคงคือ SYNTEC มี margin สูงและมีการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง ทำให้งบไตรมาส 4 จะดีต่อเนื่องจากงบไตรมาส 2และ3 ที่ดีอยู่แล้วโดยทั้งปี 58 การรับงานทั้งปีจะสูงใกล้เคียง 1 หมื่นล้านบาทถือว่าเติบโตชัดเจนจากปีก่อน นอกจากนี้ยังมีแผนประมูลงานเพิ่มอีกในช่วงระยะสั้นนี้ได้แก่งาน CPN, NOBLE, SUPALAI บวกกับแผนการขยายส่วนต่อรถไฟฟ้าของรัฐบาลระยะยาวก็ช่วยให้มีการสร้างคอนโดเพิ่มและประมูลงานก่อสร้างเพิ่ม ทำให้มีรายได้มาเพิ่มระยะสั้นถึงยาวให้ SYNTEC
CK (34) (1)Mega projects เช่นรางคู่และการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วย earnings ให้เติบโตสูง 15% ในปี 2559 (2)การควบรวมกิจการของบริษัทลูก BMCL & BECL (3)นอกจาก projects ของรัฐบาลยังมีโครงการของบริษัทลูก เช่น CKP มีโครงการน้ำบาก (Hydroelectric dam) ในประเทศลาว 1หมื่น7พันล้านบาท กำลังเจรจาน่าจะเซ็นสัญญา Q1 ปี 2559 (4)Q3 & Q4 ของปี 2558 sale & earnings ไม่ค่อยดี แต่โครงการ mega projects จะชัดเจนมากขึ้นปี 2559 ทั้งการประมูลและการก่อสร้างจริง ดังนั้นช่วงนี้เป็นโอกาสดีในการเริ่มเก็บสะสม CK (5)ราคาปัจจุบันให้ upside สูงกว่าคู่แข่งทั้ง ITD และ STEC
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สถานการณ์ความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจของไทยในปี 2559 แนวโน้มจะดีกว่าปีที่ผ่านมา แต่สถานการณ์ยังไม่สดใสนัก นโยบายเศรษฐกิจหลังจากนี้ไปจึงต้องเน้นการขับเคลื่อนจากภายในเป็นหลัก การที่เศรษฐกิจโลกยังไม่ดี และเศรษฐกิจไทยยังพึ่งการ ส่งออกจำนวนมากอยู่ ไทยจะต้องไม่ตั้งอยู่ในความประมาท ต้องพยายามเร่งรัดการลงทุนให้เกิดขึ้นให้ได้ โดยเชื่อว่าภายในครึ่งปีหลังการลงทุนภาครัฐจะออกมามากขึ้น โดยการเร่งรัดการลงทุนภาครัฐจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ เป็นพระเอกของปีนี้ ทั้งจากโครงการที่ใช้งบลงทุน 5.4 แสนล้านบาท และรัฐวิสาหกิจยังมีแผนลงทุนอีก 5.3 แสนล้านบาท
+ นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปี 2559 จะมีการลงทุนใน นิคมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในและต่างประเทศ จึงตั้งเป้าหมายยอดขายพื้นที่รวมไว้ 3,000 ไร่ ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินลงทุนกว่า 3 หมื่นล้านบาท แม้ว่าในปีที่แล้วจะทำได้แค่ 2,400 ไร่ แต่ปีนี้จะดีขึ้นแน่จากการสนับสนุนของภาครัฐโดยเฉพาะสิทธิประโยชน์ในกลุ่มคลัสเตอร์
+ "คลัง" เตรียมเสนอ ครม.ปรับโครงสร้างภาษี "เงินได้บุคคลธรรมดา-ลดหย่อนเพิ่ม" ภายในเดือน ม.ค.-ก.พ.เพื่อให้มีผลบังคับใช้ปีภาษี 2560 ชี้แนวทางการปรับปรุง เน้นให้ทุกกลุ่มได้รับประโยชน์และเป็นธรรมมากขึ้น เตรียมเพิ่มวงเงินยกเว้นภาษี เริ่มจาก 150,001 บาทขึ้นไป เพิ่มลดหย่อนส่วนบุคคลจากไม่เกิน 6 หมื่นบาทเป็น 1-1.2 แสนบาท หนุนภาระภาษีรวมลดลง
ปัจจัยต่างประเทศ
- ดัชนี DJIA ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดวันทำการ 30 ธ.ค. 58 ที่ 17,425.03 จุด ลดลง 178.84 จุด, -1.02%
ดัชนี NASDAQ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดวันทำการ 30 ธ.ค. 58 ที่ 5,007.41 จุด ลดลง 58.44 จุด, -1.15%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดวันทำการ 30 ธ.ค. 58 ที่ 6,242.32 จุด ลดลง 31.73 จุด, -0.51%









