เวสต์เทกซัสปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังการยกเลิกการคว่ำบาตรส่งออกน้ำมันดิบส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐปรับลด
+ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ เมื่อเย็นวันพุธที่ผ่านมา ว่าปรับลดลงราว 5.88 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 484.78 ล้านบาร์เรล ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ การยกเลิกการคว่ำบาตรในการส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐในรอบ 40 ปี ส่งผลให้อุปทานที่ล้นอยู่ในประเทศสามารถระบายออกมาเพื่อช่วยลดแรงกดดันของตลาดภายในประเทศ
+ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากจำนวนหลุมขุดเจาะในสหรัฐที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 23 ธ.ค. Baker Huges รายงานถึงหลุมขุดเจาะที่ปรับลดลงราว 9 หลุม เหลือเพียง 700 หลุมขุดเจาะที่ยังคงดำเนินการ และต่ำกว่าจำนวนหลุมขุดเจาะในปี 2557 ถึงร้อยละ 62 หรือคิดเป็นจำนวน 1,140 หลุม
+ ทำให้ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอยู่ในระดับที่สูงกว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์เป็นครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา โดยมีราคาสูงกว่าราว 0.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในวันที่ผ่านมา และมีแนวโน้มที่จะเป็นเช่นนี้ต่อไปหากสหรัฐยังคงทะยอยส่งออกน้ำมันอย่างต่อเนื่อง
+ อัตราการว่างงานสหรัฐ ปรับลดลงจาก 271K ราย มาอยู่ที่ 267K ในเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นการแสดงถึงสภาพตลาดแรงงานที่ดีขึ้น ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ (Reuters/Michigan) - ธ.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 91.8 ในเดือนก่อนหน้ามาอยู่ที่ 92.8 แตะระดับสูงสุด นับแต่เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา หลังอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงส่งผลให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคยังคงไม่มั่นใจเกี่ยวกับอนาคตอันใกล้ แม้หลายฝ่ายจะคาดการณ์ถึงอัตราเงินเฟ้อที่จะปรับลดลงเล็กน้อยในปีหน้า
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากแรงหนุนของราคาน้ำมันเบนซินที่แข็งแกร่งในตลาดสหรัฐ อย่างไรก็ดี กิจกรรมการซื้อขายสินค้าในภูมิภาคเป็นไปอย่างซบเซาในช่วงก่อนเทศกาลหยุดยาวในช่วงคริสต์มาสและปีใหม่
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปสงค์ภาคในภูมิภาคยังคงอ่อนตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อุปทานจากเอเชียเหนือยังคงล้นตลาด หลังโรงกลั่นโดยส่วนใหญ่ดำเนินการผลิตในระดับสูงเพื่อหวังผลกำไรจากช่วงที่ราคาน้ำมันดิบตกต่ำ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากอุปทานที่ไม่สามารถส่งออกจากเอเชียและตะวันออกกลางไปยังฝั่งตะวันตกได้
ทิศทางราคาน้ำมันดิบ
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 34-39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 36-42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- จับตาปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ว่าจะปรับลดลงหรือไม่ โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ (สิ้นสุดวันที่ 18 ธ.ค. 58) ว่าปรับตัวลดลงมากถึง 5.88 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ระดับ 484.78 ล้านบาร์เรล หลังโรงกลั่นในประเทศลดการนำเข้าน้ำมันดิบลงในช่วงปลายปี เนื่องจากไม่ต้องการเก็บสต๊อกน้ำมันดิบในระดับสูงในช่วงปลายปี เนื่องจากเหตุผลทางด้านบัญชี
- ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าราคาน้ำมันดิบ Brent ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ มีแรงจูงใจในการส่งออกน้ำมันดิบมายังตลาดโลกมากขึ้น ซึ่งรายงานล่าสุดพบว่าหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันดิบสหรัฐ เตรียมที่จะส่งออกน้ำมันดิบลำแรกในเดือนมกราคมนี้ ทำให้ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงกดดันจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นจากสหรัฐ
- หลังจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ยืนยันว่าอิหร่านได้ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับชาติมหาอำนาจ (P5+1) ในการยุติโครงการนิวเคลียร์เรียบร้อยแล้ว ตลาดคาดว่าอิหร่านจะสามารถส่งออกน้ำมันดิบได้เพิ่มขึ้นประมาณ 3-7 แสนบาร์เรลต่อวันในเร็วนี้ รวมทั้งจะมีการนำน้ำมันดิบและคอนเดนเสตที่เก็บไว้ในเรือขนส่งน้ำมันดิบกว่า 40 ล้านบาร์เรลออกมาจำหน่ายในตลาดโลก
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999






