วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บล.เออีซี คาดหุ้นปีหน้าแกว่ง 1,080-1,390 จุด

บล.เออีซี ประเมินกรอบดัชนีหุ้นไทยปีหน้าเคลื่อนไหวที่ 1,080-1,390 จุด แนะลุยหุ้นโรงพยาบาล-ท่องเที่ยว-สินเชื่อเช่าซื้่อ

นายจักรกริช เจริญเมธาชัย กรรมการผู้จัดการ บล.เออีซี กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ประเมินเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทยปี 2559 เคลื่อนไหวในกรอบ 1080 -1390 จุด ภายใต้สมมติฐานที่ประสิทธิภาพทำกำไรระยะกลาง (LT Returns On Equity) อยู่ที่ 14% ระดับต้นทุนส่วนผู้ถือหุ้นในช่วง 11% และมีระดับ P/E ที่ระดับ 14.5 เท่า ขณะที่กำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) กำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดหุ้นไทยปี 2559 โต 10% อยู่ที่ 96 บาทต่อหุ้น ส่วนปี 2560 EPS ที่ 109 บาทต่อหุ้น

สำหรับปัจจัยบวกในประเทศปีหน้า บล.เออีซี ประเมินว่าภาครัฐมีแนวโน้มที่จะใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในส่วนของงบลงทุน และในส่วนของเชิงนโยบาย โดยฝ่ายวิเคราะห์ฯ แบ่งนโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญในปี 2559 ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.นโยบายด้านการลงทุนและการประมูลโครงการลงทุนภาครัฐจะมีการเบิกจ่ายคาดหวังที่ 2.5 แสนล้านบาท และการประมูล 7.2 แสนล้านบาทที่คาดเกิดในปี 2559

2. นโยบายด้านการจัดสรรเงินและปรับปรุงกฎหมายเพื่อเร่งการลงทุน ทั้งการลงทุนผ่าน Thailand Infrastructure Fund และการอนุมัติลดขั้นตอนการอนุมัติด้านสิ่งแวดล้อม และ 3. การออกนโยบายสนับสนุนปฏิรูปโครงสร้างเพื่อการลงทุนภาคเอกชน

ส่วนปัจจัยเสี่ยงในประเทศ ประเมินว่ายังมาจากเรื่องการเมืองทั้งในแง่ของการผ่านประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญ ให้ทันในช่วงครึ่งหลังปี 2559 เพื่อให้ทันกำหนดการเลือกตั้งช่วงกลางปี 2560 และประเด็นเรื่องการตัดสิทธิพิเศษทางการค้าจากต่างประเทศ ปัญหาภัยแล้งที่จะส่งผลกระทบต่อรายได้ภาคเกษตรกร

"ปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศมีผลมากกว่าในประเทศ โดยมองความเสี่ยงที่เกิดในปีหน้าอยู่ 5 ประเด็นหลัก เช่น ความเสี่ยงเรื่องการหดตัวทุนสำรองของจีน และการอ่อนค่าเงินหยวน การหดตัวสภาพคล่องโลกที่เกิดจากแรงขายตราสารหนี้ในสหรัฐฯ ความเสี่ยงด้านเครดิตของบริษัทข้ามชาติที่ได้รับผลกระทบจากการปรับลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ" นายจักรกริช กล่าว

อย่างไรก็ตามกลยุทธ์การลงทุนปี 2559 บล.เออีซี แนะนำเลือกลงทุนในอุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของเศรษฐกิจไทย โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ให้น้ำหนักมากกว่าตลาด ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาล กลุ่มท่องเที่ยวและการโรงแรม กลุ่มสินเชื่อเช่าซื้่อ กลุ่มค้าปลีก โดย Top Pick ในกลุ่มที่เป็นบิ๊กแคป ได้แก่ BDMS CENTEL BJC AOT IRPC ขณะที่หุ้น Medium To Small Cap ที่เป็น Top Buy ได้แก่ KAMART FORTH SMPC TKS และ NYT

ส่วนอุตสาหกรรมที่มีโอกาสถูกเพิ่มน้ำหนักการลงทุน และมีโอกาสโดดเด่นในปี 2559 คืออุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่รอผลบวกจากการขยายธุรกิจในต่างประเทศ เช่น บริษัท CBG ICHI และกลุ่มธุรกิจดิจิทัลทีวี ที่ฝ่ายวิจัยฯรอดูแนวโน้มเพิ่มสัดส่วนเม็ดเงินโฆษณาที่มีโอกาสปรับเพิ่มตามเรตติ้ง เช่น WORK และ RS ส่วนอุตสาหกรรมที่ให้น้ำหนักมากกว่าตลาด ได้แก่ กลุ่มธนาคาร กลุ่มอสังหาฯ และกลุ่มธุรกิจเกษตร