วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยออยล์คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมัน 21-25 ธ.ค.58

“คาดราคาน้ำมันดิบยังคงถูกกดดันต่อเนื่อง จับตาการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านและสหรัฐ”

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 34 - 39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 36 - 42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (21- 25 ธ.ค. 58)

ราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะยังเคลื่อนไหวในระดับต่ำ โดยได้รับแรงกดดันหลักจากภาวะอุปทานน้ำมันดิบที่ยังคงล้นตลาดอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้กว่า 3 เท่า นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังถูกกดดันเพิ่มเติมจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้น หลังธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามคาด รวมถึงการที่อิหร่านมีแนวโน้มที่จะเพิ่มการส่งออกน้ำมันดิบหลังได้รับการยกเลิกการคว่ำบาตร และการที่สหรัฐ จะมีการยกเลิกคำสั่งห้ามการส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐ ซึ่งส่งผลให้มีแนวโน้มที่อุปทานน้ำมันดิบจะเข้ามาสู่ตลาดโลกมากยิ่งขึ้น

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

- จับตาทิศทางเศรษฐกิจของสหรัฐ หลังคณะกรรมการกาหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% จากระดับ 0-0.25%มาอยู่ที่ระดับ 0.25-0.50% ในการประชุมเพื่อกำหนดนโยบายเมื่อวันที่ 15-16 ธ.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้น โดยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ถือเป็นการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี เนื่องจากอัตราการว่างงานในสหรัฐลดลง ประกอบกับอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ

- อุปทานน้ำมันดิบส่วนเกินจากอิหร่านมีแนวโน้มที่จะเข้ามาสู่ตลาดโลกมากยิ่งขึ้น หลังล่าสุดทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) องค์กรกลางในการตรวจพิสูจน์ทางนิวเคลียร์ของสหประชาชาติ รายงานเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่าได้ยุติการสอบสวนข้อสงสัยเรื่องการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน หลังได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 12 ปี โดย IAEA เผยว่าไม่พบหลักฐานว่าอิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์มาหลายปีแล้ว ทั้งนี้ ส่งผลให้อิหร่านสามารถกลับมาส่งออกน้ำมันดิบได้ตามปกติ โดยสำนักข่าวรอยเตอร์คาดว่าในเดือน ธ.ค. อิหร่านวางแผนจะส่งออกน้ำมันดิบราว 1.26 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะส่งผลกดดันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกให้ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง

- จับตาการประชุมสภาครองเกรสของสหรัฐ โดยล่าสุดผู้นำของสภาครองเกรสสหรัฐ ได้เห็นพ้องให้มีการยกเลิกคำสั่งห้ามการส่งออกน้ำมันจากสหรัฐ หลังบังคับใช้มานานกว่า 40 ปี อย่างไรก็ตามข้อตกลงดังกล่าวยังคงต้องรอการอนุมัติจากทั้งสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาสหรัฐ ในวันที่ 18 และ 22 ธ.ค. ตามลำดับ รวมถึงต้องมีการลงนามเพื่อเป็นกฎหมายจากประธานาธิบดี บารัค โอบามาก่อน

- ตลาดน้ำมันดิบยังคงเผชิญกับภาวะอุปทานล้นตลาดอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ (สิ้นสุดวันที่ 11 ธ.ค. 58) ว่าปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.8 ล้านบาร์เรลขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 490.9 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดของปี สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังจะปรับตัวลดลง 1.4 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ สำนักงานพลังงานสากล (IEA) คาดการณ์ว่าอุปทานน้ำมันดิบจะยังคงล้นตลาดจนถึงช่วงปลายปีหน้า จากอุปทานที่ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและอุปสงค์ที่มีการเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลง โดย IEA คาดการณ์ว่าในปีหน้าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังทั่วโลกจะปรับเพิ่มขึ้นกว่า 300 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นประมาณกว่า 230 ล้านบาร์เรลคาดว่าจะถูกจัดเก็บในถังเก็บน้ำมันดิบที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในปีหน้า รวมถึงสหรัฐที่ยังสามารถจัดเก็บได้อีกกว่าร้อยละ 30

- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยูโรโซน ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจจีน จีดีพี Q3/15 ดัชนีราคาสำหรับการใช้จ่ายส่วนบุคคล ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดขายบ้านใหม่ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (14 - 18 ธ.ค.)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลง 1.07 ดอลลาร์ ปิดที่ 34.55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลง 1.05 ดอลลาร์ ปิดที่ 36.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงกดดันจากอุปทานส่วนเกินในตลาดที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยจากการคาดการณ์ของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) อุปทานน้ำมันดิบโลกจะยังคงล้นตลาดจนถึงช่วงปลายปีหน้า นอกจากนี้ ราคายังได้รับแรงกดดันจากการที่อิหร่านมีแนวโน้มส่งออกเพิ่มมากขึ้นหลังได้รับการยกเลิกการคว่ำบาตร รวมถึงค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้น หลังธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีมติเป็นเอกฉันท์ในการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยขึ้นร้อยละ 0.25 อย่างไรก็ดี ราคาได้รับแรงหนุนจาก การที่นักลงทุนและกองทุนทำกำไรโดยการซื้อกลับสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า (Short Covering) เพื่อปิดสถานะชอร์ตเซลก่อนหน้านี้ (Short)

                                                                    -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999