วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

PYLON - ซื้อ

คาดกำไรฟื้นตัว เงินปันผลแนวโน้มมากกว่าคาด

ประเด็นการลงทุน 

หลังจากเราประชุมกับผู้ประกอบการงานรากฐาน 2 รายใหญ่ในตลาดฯ ทั้ง PYLON และ SEAFCO เรายังคงเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมงานรากฐานยังคงสดใสในปี 2016 ซึ่งขณะนี้มีงานรอประมูลอยู่ในตลาดถึง 6,500 ล้านบาท เราจึงมองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมานั้นสะท้อนความกังวลของตลาดที่มีมากเกินไปต่ออุตสาหกรรมรากฐาน นอกจากนี้คาดราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นสะท้อนผลประกอบการที่คาดจะฟื้นตัวใน 4Q15 หนุนด้วยเงินปันผลที่มีแนวโน้มที่มากกว่าตลาดคาด โดยเราคาดเงินปันผลปีนี้ที่ 0.50 บาท/หุ้น หรือคิดเป็น dividend yield 5.0%

คาดกำไร 4Q15 ฟื้นตัว

คาดกำไรใน 4Q15 จะกลับมาอยู่ในระดับสูงราว 50 ล้านบาท (ทรงตัว YoY จากฐานสูงในปีที่แล้ว และเติบโตสูง QoQ) จากการรับรู้รายได้ตาม backlog ซึ่งบริษัมมี backlog สำหรับ 4Q15 รองรับแล้ว 100% และอัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะดีขึ้นจาก 3Q15 เพราะค่าใช้จ่ายในการปิดบริษัทลูกส่วนใหญ่ได้ถูกบันทึกไปใน 3Q15 แล้ว และ u-rate มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามการรับรู้รายได้ที่มากขึ้น

เงินปันผลมีแนวโน้มมากกว่าตลาดคาด

คาดเงินปันผลปีนี้ที่ 0.50 บาท/หุ้น คิดเป็น dividend yield 5.0% ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ yield เพียง 2-3% โดยเราปรับสมมติฐาน payout ratio ขึ้นเป็น 90% (จากเดิม 50%) เพราะว่าหากอิงจากปริมาณเงินสดในมือช่วงสิ้นปีที่คาดบริษัทจะมีราว 500 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงต้นปีที่มีการจ่าย payout ratio เกือบ 100% ประกอบกับแผนการลงทุน (CAPEX) ที่ประมาณปีละ 50-100 ล้านบาท และงบการเงินที่อยู่ในสถานะเกือบ debt free ดังนั้นเรามองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่บริษัทจะจ่ายเงินปันผลสูงอีกครั้ง

มีงานรอประมูลในตลาดอยู่ 6,500 ล้านบาท

หลังจากเราประชุมกับผู้ประกอบการงานรากฐาน 2 รายใหญ่ทั้ง PYLON และ SEAFCO เรามองว่าปริมาณงานรากฐานในปี 2016 ยังมีเพียงพอสำหรับผู้ประกอบการทุกราย และผู้ประกอบการทั้งสองราย มองว่ารายได้ในปีหน้าน่าจะเห็นการเติบโตจากปีนี้ คาดราว 10-15% โดยขณะนี้มีงานรอประมูลอยู่ราว 6,500 ล้านบาท หากอิงตาม market share เราคาดว่า PYLON จะได้งานราว 1,300-2,000 ล้านบาท ซึ่งมากกว่ารายได้ในปีหน้าที่เราคาดการณ์

Backlog เต็มไปด้วยงานค่าแรง (มาร์จิ้นสูง)

ปัจจุบันบริษัทมี backlog ราว 785 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้เป็นงานเฉพาะค่าแรงอยู่เกือบ 30% หรือราว 250 ล้านบาท ซึ่งเป็นงานที่ให้มาร์จิ้นสูง นอกจากนี้งานเก่าในบริษัทลูกที่มาร์จิ้นเป็น 0 (หรือขาดทุน) หมดลงแล้วในไตรมาสที่แล้ว ดังนั้น ด้วยงานใน backlog ที่มีมาร์จิ้นดีและงานบริษัทลูกที่ถ่วงมาร์จิ้นหมดลง เรามองว่าอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 4Q15 นี้ เป็นต้นไป