แวะพักเหนื่อย
SET วานนี้ปรับตัวขึ้นตอบรับ FED มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจสหรัฐจะรับมือกับดอกเบี้ยที่สูงขึ้นได้ รวมถึงเม็ดเงิน LTF RMF ในช่วงปลายปี ส่งผลให้ SET ปิดที่ 1,310.34 จุด (+11.22 จุด) Volume 4.5 หมื่นลบ. โดย Foreign Net -3,361 ลบ. แต่ Net TFEX -3,253 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
- ตลาดหุ้น DJ ปรับตัวลงตามการทรุดตัวของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กร่วงหลุดระดับ 35 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ราคาน้ำมันปรับตัวลงล่าสุด 34.72 USD/Barrel จากสต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้น และสหรัฐยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมัน
- การประมูล 4G คลื่นความถี่ 900 MHz รอบ 162 เคาะใบแรก 64,062 ลบ.ใบสองมาที่ 66,316 ลบ. กดดันต่อหุ้นกลุ่ม ICT
- Foreign Net Sell ตั้งแต่ต้นเดือนธ.ค. ราว 1.5 หมื่นลบ.
+/- USA จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 11,000 ราย สู่ระดับ 271,000 ราย , ตัวเลขขาดดุลบัญชีเดินสะพัดพุ่งขึ้น 11.7% สู่ระดับ 1.2412 แสนล้านUSD ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นระดับสุงสุดในรอบ 7 ไตรมาส
+/- FED ขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% อยู่ในช่วง 0.25-0.50% สะท้อนให้เห็นว่า FED มีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นพอที่จะปรับตัวกับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น
+ ครม. เห็นชอบการจัดตั้งกองทุน 'ไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์' มูลค่า 100,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงสร้างพื้นฐาน 20 โครงการ วงเงิน 1.796 ล้านลบ.
+ Window Dressing ปิดงบปี 2558
+ Seasonal การซื้อ LTF RMF ช่วงปลายปีเพื่อลดหย่อนภาษี
ปัจจัยลบจากราคาน้ำมันที่ทรุดตัวลงแรงรวมถึงราคาประมูลคลื่น 4G ที่พุ่งขึ้นสูงกว่า 1.2 แสนลบ.เป็นแรงกดดันต่อทิศทางดัชนี อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีเม็ดเงิน LTF RMF เข้าซื้อในจังหวะที่ย่อตัวลง ดังนั้นคาดว่า SET จะแกว่งตัวในกรอบ 1,300 – 1,320 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
Selective Buy ในกลุ่มที่ปัจจัยบวกสนับสนุน ได้แก่
- กลุ่มธนาคาร Valuation น่าสนใจโดย P/E กลุ่มอยู่ที่ 9.2 เท่า และ P/BV 1.2 เท่า (BBL KTB มี P/E และ P/BV ต่ำ แต่ DIV. สูงกว่ากลุ่ม)
- กลุ่มขนส่งและโรงแรม ได้ประโยชน์จาก High Season การท่องเที่ยว และราคาน้ำมันปรับตัวลง AOT BA AAV THAI CENTEL MINT
- 22 ธ.ค. จับสลาก Solar Farm หน่วยงานราชการและสหกรณ์ ( SOLAR SUPER IFEC SIAM GUNKUL TSE )
กลุ่มที่มีข่าวลบ
กลุ่มเดินเรือ >> ค่าระวางเรือทำ New Low ล่าสุด 471 จุด
ประเด็นข่าวอื่น
"โนวาสโกเทีย" เล็งทบทวนแผนถือหุ้นในแบงก์ธนชาต หลังถือหุ้นนานร่วม 8 ปี วงในชี้อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะขายออกสัดส่วนเท่าไร
หุ้นแนะนำพิเศษ
SAPPE ราคาปิด 18.00 บาท ราคาเป้าหมาย 23 บาท
- ผลประกอบการปี 58 อ่อนแอ แต่คาดว่าจะเป็นจุดต่ำสุดของบริษัท
- คาดกำไรสุทธิปี 59 ราว 372 ล้านบาท +8% YoY ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจากต้นทุนแรงงานและวัตถุดิบที่ลดลงหลังจากบริษัทตั้งโรงงานใหม่ในช่วงปี 58 ที่มีการผลิตราว 1.3 แสนตันต่อปี ซึ่งช่วย Economy of scale
- ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าโดยมีสัดส่วนการส่งออกราว 40%
หุ้นเด่นรายวัน
- AJD (ราคาปิด 1.29 ซื้อเก็งกำไร) ไฮซีซัน หนุนรายได้ไตรมาส 4/2558 โตแรง รับรู้รายได้จากธุรกิจตู้เติมเงินเต็มพิกัด ด้าน "ดร.อมร มีมะโน" การันตีปีนี้สดใส พร้อมเดินหน้าเร่งขยายฐานเพิ่ม 50,000 ตู้ โกยเงิน ฟากโบรกสั่งจับตางบปีหน้าอลังการ มั่นใจยอดขายเพิ่มขึ้นทุกธุรกิจ (ที่มา:ทันหุ้น)
- K (ราคา IPO 5.80) บมจ.คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ.จะเริ่มซื้อขายในตลาด mai วันนี้เป็นวันแรก K ดำเนินธุรกิจหลัก 3 ธุรกิจ 1)ธุรกิจตกแต่งภายใน สัดส่วน 51%(YTQ3) 2)ธุรกิจงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ สัดส่วน 40%(YTQ3) 3) ธุรกิจตลาดทางเลือก สัดส่วน 9%(YTQ3) จำนวนหุ้น IPO 60 ล้านหุ้น (หุ้นออกใหม่ 50 ล้านหุ้นและหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิม 10 ล้านหุ้น) ราคา IPO คิดเป็น P/E 19.4 เท่า(ย้อนหลัง 4 ไตรมาส) ความเสี่ยง-หุ้นของผู้มีส่วนร่วมในการบริหารที่ไม่ติด silent period จำนวน 30 ล้านหุ้น
- PS (ราคาปิด 25.75 ซื้อ เป้าหมาย 35)
ได้รับอานิสงส์จากการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคเร่งการโอนกรรมสิทธิ์ และมีการตัดสินใจซื้อบ้านเพิ่มขึ้นทำให้แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/58 เติบโตอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบ YoY และ QoQ โดยปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ราว 35,000 ล้านบาท ซึ่งทยอยรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/58 จำนวนประมาณ 16,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดขาย (Presale) ยังคงเติบโตได้ดีกว่าที่คาดการณ์ โดยในช่วงไตรมาส 4/58 ได้เปิดโครงการใหม่เพิ่มจำนวน 10 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 8,000-9,000 ล้านบาท ผู้บริหารว่า มั่นใจผลประกอบการปีนี้จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 43,026.97 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 6,654.52 ล้านบาท โดยประเมินรายได้และยอดขายปีนี้จะเติบโตทะลุเป้าหมายที่ 47,000 ล้านบาท ฝ่ายวิจัยบล.โกลเบล็กคาดการณ์กำไรปี 58 ราว 7 พันล้านบาท และมองว่า PS เป็นผู้ประกอบการที่ได้รับประโยชน์เต็มที่จากมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาเนื่องจากราคาเฉลี่ยของโครงการปัจจุบันอยู่ที่ 2.52 ล้านบาท สินค้าที่มีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทคิดเป็น 46% ของพอร์ตทั้งหมด






