วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปลัดคลัง' ชี้เฟดขึ้นดอกเบี้ยเป็นไปตามตลาดคาด

"ปลัดคลัง" ชี้ เฟดขึ้นดอกเบี้ยเป็นตามตลาดคาด มั่นใจธปท.ดูแลได้ ประเมินจีดีพีปีนี้อยู่ที่ 2.8% ส่วนปีหน้าคาดอยู่ที่ 3.8%

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังเปิดงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ... ว่า กรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากเดิมที่ 0-0.25% เป็น 0.25-0.60% นั้น เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และเชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.มีมาตรการในการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับความผันผวนที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

"ไม่ได้เหนือความคาดหมาย และไม่ได้ตกใจ ตลาดหลายประเทศรวมถึงไทยก็มีการเตรียมความพร้อมมาอยู่แล้วว่าจะปรับขึ้น ถ้าไม่ขึ้นจะเป็นสิ่งที่น่าตกใจมากกว่า ส่วนเรื่องเงินทุนเคลื่อนย้ายธปท.ก็ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ ตลาดมีการปรับตัวในทิศทางที่ดี"นายสมชัย กล่าว

นายสมชัย ยอมรับว่า ขณะนี้ตลาดมีความเปราะบาง ซึ่งเชื่อว่าการที่เฟดทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยนั้นเป็นสิ่งที่ดี เพราะหากปรับขึ้นแรงเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อโมเมนตัมและการฟื้นตัวแย่ลงได้ ส่วนการปรับขึ้นดอกเบี้ยจะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินหรือไม่ ยอมรับว่า ในระยะสั้นคงยังไม่เห็นผลกระทบ แต่หากมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องจะมีผลต่อต้นทุนทางการเงินบ้าง

ขณะที่ราคาน้ำมัน ราคาสินค้าเกษตร ก็ถือเป็นอีกปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม เช่นเดียวกับเศรษฐกิจโลกที่เติบโตอย่างเปราะบาง โดยเฉพาะจีน แต่อย่างไรก็ตามยอมรับว่า ขณะนี้ทางการมีกลไกในการดูแลอยู่แล้ว

"ราคาน้ำมันแม้ว่าจะปรับตัวลดลง แต่ก็ไม่ถึงกับว่าจะเกิดวิกฤติเกิดขึ้น โดยเรายังมองจีดีพีปีนี้ที่ 2.8% ปีหน้าที่ 3.8% ส่วนจะมีการปรับลดลงหรือไม่นั้นยังเร็วไปที่จะประเมินในตอนนี้ ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นนั้นเร็วๆนี้ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค.จะมีการหารือกับนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการรองรับกับสถานการณ์ที่เศรษฐกิจโลกยังมีความเปราะบางด้วย"นายสมชัย กล่าว

ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.5% ต่อปี เมื่อวานที่ผ่านมานั้น ยืนยันว่า กนง.ตัดสินใจได้ถูกต้องแล้ว เนื่องจากขณะนี้เศรษฐกิจไทยต้องการแรงส่งในการฟื้นตัว ขณะที่ในอนาคตนั้นเชื่อว่า กนง.จะตัดสินใจจากหลายสาเหตุประกอบกันทั้งเรื่องเศรษฐกิจไทย และเศรษฐกิจโลก รวมไปถึงดีมานและซัพพายที่แท้จริงว่ามีความเหมาะสมที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่