วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 16 ธันวาคม 2558

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับเพิ่มเป็นวันที่สองจากการซื้อกลับ (Short Covering) ของนักลงทุนเพื่อปิดสถานะ

+/- ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 2 โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 3 หลังนักลงทุนและกองทุนทำการซื้อกลับ (Short Covering) เพื่อปิดสถานะ ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันดิบยังไม่ปรับตัวลดลงไปอีก ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 1 อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานของตลาดยังคงอ่อนแอจากสภาวะอุปทานน้ำมันดิบที่ยังคงล้นตลาด

- สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) ได้รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบคงคลังในสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่าปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.3 ล้านบาร์เรลขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 490 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังจะปรับตัวลดลง 1.4 ล้านบาร์เรล ในขณะที่ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ เมืองคุชชิ่ง โอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งส่งมอบน้ำมันดิบในสหรัฐ ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 874,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา

- นักลงทุนยังคงจับตามองการประกาศขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ซึ่งจะส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบและมีแนวโน้มที่ปรับขึ้นในการประชุมรอบนี้ ซึ่งหากมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเชิงนโยบายของสหรัฐ ขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี จะส่งผลทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และทำให้ราคาน้ำมันดิบแพงขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่นๆ

+ ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นที่มากที่สุดในปีนี้ ถึงแม้ว่าดัชนีราคาในหมวดอาหารและพลังงานจะปรับตัวลดลงก็ตาม โดยหมวดการบริการด้านการเดินทางเป็นหมวดที่ปรับตัวสูงที่สุดที่ระดับร้อยละ 0.6

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานในภูมิภาคยังคงมากเกินพอโดยเฉพาะในประเทศเวียดนามที่มีน้ำมันเบนซินคงคลังในระดับสูง นอกจากนี้ยอดขายรถยนต์ในประเทศอินโดนีเซียได้ปรับตัวลดลงประมาณร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลทำให้ตลาดกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของอุปสงค์น้ำมันเบนซินในภูมิภาค

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังโรงกลั่นต่างๆ ลดปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังในช่วงปลายปี และโรงกลั่นหลายแห่งในภูมิภาคเอเชียเหนือเตรียมกลับมาจากการปิดซ่อมบำรุงและส่งออกน้ำมันดีเซลมากขึ้นภายในปลายเดือนนี้

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 34-39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 36-42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 15-16 ธ.ค. นี้ โดยตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ หลังจากที่คงอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ระดับต่ำที่ร้อยละ 0 - 0.25 มานานกว่า 7 ปี หลังจากข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้กระแสการคาดการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น และส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบซึ่งซื้อขายในสกุลดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้น

- จับตารายงานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ในวันที่ 15 ธ.ค. ว่าอิหร่านสามารถปฎิบัติตามข้อตกลงทั้งหมดได้หรือไม่ หากอิหร่านสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงทั้งหมด จะส่งผลให้ได้รับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรและกลับมาส่งออกน้ำมันดิบตามปกติภายในปีหน้า ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าอิหร่านอาจส่งออกน้ำมันดิบสู่ตลาดโลกมากขึ้นอีกราว 5 - 7 แสนบาร์เรลต่อวันภายในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2559

- ตลาดน้ำมันดิบยังคงเผชิญกับภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดยังคงไม่คลี่คลาย หลังการประชุมกลุ่มโอเปคไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับเพดานการผลิตน้ำมันสำหรับช่วง 6 เดือนข้างหน้าได้ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณให้ประเทศสมาชิกยังคงเดินหน้าผลิตน้ำมันดิบในระดับปัจจุบันต่อไปซึ่งเกินเพดานถึงวันละกว่า 1 ล้านบาร์เรล จากเพดานปัจจุบันที่ 30 ล้านบาร์เรล/วัน เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดจากผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคไว้

- ติดตามทิศทางเศรษฐกิจยูโรโซน หลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับร้อยละ 0.05 และปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ร้อยละ 0.1 สู่ระดับ เป็นร้อยละ -0.3 (อัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ติดลงมีหมายความว่าธนาคารพาณิชย์ต้องจ่ายค่าฝากเงินให้กับ ECB) นอกจากนี้ ECB มีมติขยายระยะเวลาในการดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ออกไปจนถึง มี.ค. 2560 จากเดิมที่จะสิ้นสุด ก.ย. 2559


                                                            -----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999