"สมคิด"คาดเริ่มก่อสร้างนิคมอุตสหากรรม ทวายเฟสแรกได้ในปลาย มี.ค.59 ด้าน"อาคม"แจง ท่าเรือน้ำลึกทวายไปบ้านพุน้ำร้อน อาจจะปรับเป็น 4 ช่องจราจร
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมระดับสูงระหว่างไทย-เมียนมา เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 5 ว่า คาดการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายระยะแรก จะสามารถเริ่มงานก่อสร้างในปลายไตรมาสแรกปี 59 หรือปลายเดือนมี.ค.59
ทั้งนี้ สามารถหารือการพัฒนาเขตเศรษฐกิจทวายในส่วนพื้นที่เหลือทั้งหมดร่วมกัน 3 ฝ่าย คือ ไทย-เมียนมา และญี่ปุ่น โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เฟสแรกก่อสร้างเสร็จ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในการประชุมครั้งหน้าในช่วงปลายเดือนก.พ.-ต้นมี.ค.59 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของเมียนมา ที่จะมีการลงทุนในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อาทิ เหล็ก ปุ๋ยเคมี และยังมีการลงทุนท่าเรือน้ำลึกทวาย โดยเชื่อว่าไทยกับเมียนมาจะเป็นพาร์ทเนอร์การค้า เพราะด้านแม่สอด-เมียวดี มีการค้าที่เกื้อกูลกัน
"โครงการทวาย เป็นโครงการที่เมียนมาเอาจริงเอาจัง เพราะโครงการนี้ ทำให้เกิดประโยชน์กับเมียนมา และเป็นประโยชน์ต่อประเทศใกล้เคียง ตอนแรกเขาก็มีความกังวล แต่เมื่อทางญี่ปุ่นแสดงความมุ่งมั่นเข้ามาร่วม ทำให้โครงการทวายเป็นจริงขึ้นมา"นายสมคิด กล่าว
นายสมคิด กล่าวว่า วันนี้ญี่ปุ่นได้ลงนามในข้อตกลงของผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลเฉพาะกิจ(เอสพีวี) ระหว่างธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น(JBIC) ในฐานะตัวแทนรัฐบาลญี่ปุ่น สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน(สพพ.) ในฐานะตัวแทนรัฐบาลไทย และสำนักความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของเมียนมา(FERO) ในฐานะตัวแทนรัฐบาลเมียนมา เพื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาหลักให้กับคณะกรรมการบริหารโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย โดยถือหุ้นในสัดส่วนเท่ากันและลงทุนฝ่ายละ 6 ล้านบาท
ขณะที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่าหลังการประชุมคณะทำงานร่วม 3 ฝ่าย การเข้ามาร่วมมือของญี่ปุ่นในโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายของญี่ปุ่นนั้น ญี่ปุ่นต้องการศึกษาปรับปรุงโครงการโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่ญี่ปุ่นได้ตั้งข้อสังเกตไว้ 7 ประเด็น โดยจะเร่งรัดให้ผลศึกษาแล้วเสร็จในก.พ.59 ถึงจะทราบมูลค่าทั้งหมดในเฟสที่เหลือของโครงการนี้
"ในส่วนถนนจากท่าเรือน้ำลึกทวายไปบ้านพุน้ำร้อน ระยะทาง 138 กม. ซึ่ง ITD ได้ศึกษาทำถนน 2 ช่องจราจรนั้น อาจจะปรับเป็น 4 ช่องจราจร และบางช่วงมีจุดลาดชัน อาจจะปรับทำเป็นอุโมงค์ที่จะทำให้รถบรรทุกเดินรถได้ง่าย และยังจะทำรถไฟเป็นเส้นทางเดียวกับถนนเป็นรางขนาด 1 เมตร เพื่อใช้ขนส่งสินค้า และจะได้เชื่อมต่อรถไฟฝั่งไทยที่เริ่มจากพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี"รมว.คมนาคม กล่าว
นายอาคม กล่าวว่า ในส่วนท่าเรือก็จะมีแยกให้ทำเป็นท่าเรือน้ำลึก ท่าเรือเฉพาะ LNG Terminal ท่าเรือขนส่งอุตสาหกรรมอื่น และโรงไฟฟ้าแผนเดิมเป็นโรงไฟฟ้าใช้เชื้อเพลิก๊าซธรรมชาติกับพลังงานความร้อนร่วมขนาด 4,000 เมกะวัตต์
นายอาคม กล่าวว่า เอสพีวีมีบทบาทหน้าที่ในการบริหารโครงการ และลงทุนสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ เช่น ท่าเรือ ถนน โรงไฟฟ้า ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานของเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย เปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนได้ นอกจากนี้เอสพีวีจะวางแผนแม่บทของโครงการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำ แต่เมื่อญี่ปุ่นสนใจเข้าร่วมก็จะพิจารณาแผน และอาจมีการปรับปรุงได้ หลังจากที่ญี่ปุ่นได้ให้ข้อสังเกต เช่น โครงการถนน และท่าเรือ เป็นต้น
ด้านนายปรเมธี วิมลศิริ เลขาฯสศช. กล่าวว่า ในที่ประชุมวันนี้ ได้รับทราบความคืบหน้าโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายที่ให้สัญญาสัมปทานโครงการระยะแรกที่มีพื้นที่ 27 ตร.กม.ให้กับกลุ่มผู้พัฒนา คือ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์(ITD) บมจ.สวนอุตสาหกรรมโรจนะ และ บริษัท LNG Plus International จำกัด หลังจากลงนามไปเมื่อ 5 ส.ค.58 ซึ่งขณะนี้การดำเนินงานตามเงื่อนไขมีความคืบหน้าเป็นไปตามกำหนด เช่น การเจรจาข้อสรุปข้อตกลงสัมปทานสถานีรับLNG ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการผลิตไฟฟ้าสำหรับโครงการนี้ระยะแรก
สำหรับโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 270 ตร.กม. และแบ่งพัฒนาระยะแรกแล้ว 27 ตร.กม. อย่างไรก็ดี การประชุมคณะทำงานร่วม 3 ฝ่าย เพื่อหารือและวางแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายร่วมกันในระยะยาว









