“เงินบาทอ่อนค่ากว่าระดับ 36 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ ดัชนีหุ้นไทยปรับร่วงลงต่อจากความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด”
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
- เงินบาทกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบที่อ่อนค่ากว่า 36.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทปรับตัวในทิศทางที่อ่อนค่าตลอดสัปดาห์ท่ามกลางแรงหนุนของเงินดอลลาร์ฯ จากการคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันที่ 15-16 ธ.ค. นี้ นอกจากนี้ สกุลเงินในภูมิภาค (นำโดยเงินหยวน) และสินทรัพย์เสี่ยง ยังถูกกดดันเพิ่มเติมจากข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่ยังมีภาพอ่อนแอ ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรไทยในทุกวันทำการของสัปดาห์นี้
- สำหรับในวันศุกร์ (11 ธ.ค.) เงินบาทกลับมาปรับตัวอยู่ที่ 36.08 บาทต่อดอลลาร์ฯ หลังอ่อนค่าเข้าใกล้ระดับ 36.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในระหว่างวัน เทียบกับระดับ 35.88 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (4 ธ.ค.)
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (14-18 ธ.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 35.90-36.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมนโยบายการเงินของธปท. (16 ธ.ค.) และผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟด (15-16 ธ.ค.) ซึ่งเฟดอาจมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางปี 2549 ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ (ขั้นต้น) ดัชนีกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์กและสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนธ.ค. ดัชนีราคาผู้บริโภค ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน การขออนุญาตก่อสร้าง การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย. และข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิสู่ตลาดการเงินสหรัฐฯ เดือนต.ค. นอกจากนี้ นักลงทุนอาจจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น และดัชนี PMI ของประเทศชั้นนำอื่นๆ ด้วยเช่นกัน
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย
- ดัชนี SET ปรับร่วงลงจากความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ทั้งนี้ ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,280.92 จุด ลดลง 3.95% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 2.71% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 39,773.71 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 520.02 จุด ลดลง 4.40% จากสัปดาห์ก่อน
- ตลาดหุ้นไทยปรับร่วงลงต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ นำโดยหุ้นขนาดใหญ่โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงานที่ปรับร่วงลง ตามราคาน้ำมันโลก ขณะที่แรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติกดดันหุ้นขนาดใหญ่ให้ปรับลดลง ท่ามกลางความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด รวมทั้ง ความผิดหวังจากการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่น้อยกว่าคาดของธนาคารกลางยุโรป นอกจากนี้ การที่ตลาดหุ้นไทยปรับร่วงลงหลุดระดับ 1,300 จุด กระตุ้นให้เกิดการเทขายจากนักลงทุนอีกด้วย
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (14-18 ธ.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีแนวรับที่ 1,265 และ 1,250 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,290 และ 1,307 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของเฟดและไทยที่จะเปิดเผยผลการประชุมในวันพุธ รวมถึงของธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันพฤหัสบดี ส่วนเครื่องชี้เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ต้องติดตาม ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค เครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ และการผลิตภาคอุตสาหกรรม ขณะที่เครื่องชี้ต่างประเทศสำคัญอื่นๆ ที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การรายงานข้อมูลภาคการผลิตในยูโรโซน และญี่ปุ่น









