แข่งขันประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิร์ซมีแนวโน้มดุเดือด แต่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลน่าสนใจมากที่จะเข้าซื้อสะสมหุ้น
ประเด็นการลงทุน
ถึงแม้ว่าการแข่งขันประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซจะมีแนวโน้มออกมาดุเดือดไล่ราคาเหมือนกับการประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ซ แต่เราเชื่อว่าตลาดได้คาดการณ์ผลของการประมูลดังกล่าวไว้แล้วว่าจะออกมารุนแรง ดังนั้นเราจึงคิดว่าการปรับตัวลดลงของราคาหุ้นในกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่ ณ ปัจจุบันภายหลังจากการประมูลในอนุญาตคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ซเสร็จสิ้นน่าจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการกลับเข้าไปซื้อสะสมหุ้นกลุ่มในกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่อีกครั้ง ซึ่งค้ำด้วยอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจในระดับ 6-7.5% เราคิดว่าการประมูลคลื่นความถี่ 4 จีที่ผ่านมาซึ่งราคาประมูลเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากเป็นเพียงแค่ปัจจัยลบกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น และตลาดควรที่มุ่งไปที่สภาพหลังการประมูลใบอนุญาต 4 จีเสร็จสิ้นมากกว่า ซึ่งเราเชื่อว่า ADVANC จะกลับมาเป็นผู้นำด้านการให้บริการดาต้าอย่างแน่นอนหลังจากสามารถครอบครองใบอนุญาตคลื่นความถี่ทั้ง 1800 เมกะเฮิร์ซและ 900 เมกะเฮิร์ซ INTUCH เป็นหุ้นที่เราชื่นชอบอันดับสอง (ในฐานะบริษัทโฮลดิ้งซึ่งถือหุ้นใน ADVANC) ตามด้วย DTAC ซึ่งหุ้นอยู่ในสถานะที่ถูกเทขายมากเกินไป
คาดแข่งขันราคาประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซรุนแรง
เราใช้สมมติฐานราคาประมูลสิ้นสุดสำหรับใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซที่ 3.8 หมื่นล้านบาทสำหรับทั้ง ADVANC DTAC และ TRUE และมูลค่าเพิ่มสำหรับใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซที่ 3.80 บาท/หุ้น 4.80 บาท/หุ้น และ 0.50 บาท/หุ้น สำหรับ ADVANC DTAC และ TRUE ตามลำดับ ถึงแม้ว่าราคาตั้งต้นการประมูลสำหรับคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซ (จำนวน 10 เมกะเฮิร์ซต่อใบอนุญาต) จะต่ำกว่าราคาตั้งต้นของการประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ซ (จำนวน 15 เมกะเฮิร์ซต่อใบอนุญาต) คิดเป็น 19% (12,864 ล้านบาทเทียบกับ 15,912 ล้านบาท) เนื่องจากจำนวนแบนด์วิธต่อใบอนุญาตที่น้อยกว่า (10 เมกะเฮิร์ซ สำหรับคลื่น 900 เมกะเฮิร์ซเทียบกับ 15 เมกะเฮิร์ซสำหรับคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ซ) แต่เราเชื่อว่าราคาสิ้นสุดประมูลสำหรับคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซมีแนวโน้มออกมาในช่วง 4-4.8 หมื่นล้านบาทเนื่องจากภาวะการแข่งขันด้านราคาของการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซที่มีแนวโน้มรุนแรงมากกว่าการประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ซ (อย่างน้อยมีผู้ประกอบการ 3 รายที่จะต้องแย่งชิงสองใบอนุญาต) จากการวิเคราะห์ของเราบ่งชี้ว่าหากราคาประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซสูงเกินกว่า 49,200 ล้านบาท มูลค่าเพิ่มจากใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซจะกลายเป็นติดลบไปเลยโดยทันที และสำหรับทุกๆ การเปลี่ยนแปลงของราคาประมูล 5% (หรือคิดเป็น 1.9 พันล้านบาท) จะกระทบมูลค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซคิดเป็นประมาณ 17% (หรือกระทบ 0.64 บาท/หุ้นสำหรับ ADVANC 0.80 บาท/หุ้นสำหรับ DTAC และ 0.08 บาท/หุ้นสำหรับ TRUE) เราใช้สมมติฐานว่าท้ายที่สุดแล้ว ADVANC และ DTAC จะเป็นผู้ชนะการประมูล ใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซ
กำไรสุทธิของ ADVANC กระทบน้อยที่สุดในปี 2559
กำไรสุทธิของ ADVANC ในปี 2559 มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาต 4 จีน้อยที่สุดเนื่องจากต้นทุนค่าตัดจำหน่ายโครงข่าย 2 จีที่หายไป ซึ่งจะช่วยกลบผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาต 4 จีที่เพิ่มขึ้น (เช่น ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปี ค่าตัดจำหน่ายค่าประมูลคลื่นความถี่ ค่าเสื่อมราคาด้านโครงข่าย) เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2559 ของ ADVANC จะยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นได้อีก 5% YoY ภายใต้สมมติฐานว่าเป็นผู้ชนะทั้งคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ซและ 900 เมกะเฮิร์ซ แต่เราคาดว่ากำไรสุทธิของ DTAC ในปี 2599 มีแนวโน้มลดลง 11% YoY ภายใต้สมมติฐานว่าเป็นผู้ชนะการประมูลในอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซ และกำไรสุทธิของ TRUE ในปี 2559 มีแนวโน้มลดลง 82% YoY หลังจากที่ชนะการประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ซ ประมาณการทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้สมมติฐานราคาสิ้นสุดประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซที่ 3.8 หมื่นล้านบาท จากการวิเคราะห์ของเราบ่งชี้ว่าถ้าราคาประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซเพิ่มขึ้นทุกๆ 5% กำไรสุทธิปี 2559 มีแนวโน้มลดลง 0.4% (สำหรับ ADVANC) ลดลง 2.1% (สำหรับ DTAC) และลดลง 17% (สำหรับ TRUE)
อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2559 ค้ำอยู่ที่ 6-7.5%
เนื่องจากภาระเงินลงทุนเกือบจะทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาต 4 จี (เช่น ค่าธรรมเนียมประมูลใบอนุญาตและเงินลงทุนด้านโครงข่าย) สำหรับผู้ร่วมประมูลทุกรายจะมาจากเงินกู้ยืม เราจึงคาดว่าทั้ง ADVANC และ DTAC จะยังคงอัตราการจ่ายปันผลที่อย่างน้อย 100% ของกำไรสุทธิของงบรวม อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสำหรับในปี 2559 ถือว่าอยู่ในระดับที่สูงและน่าสนใจมากตอนนี้ และ ณ ระดับราคาหุ้นปัจจุบันและผลกำไรสุทธิในปี 2559 หลังจากรวมใบอนุญาต 4 จีเข้าไปแล้ว อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในปี 2559 สำหรับ INTUCH ถือว่าสูงที่สุดในกลุ่มที่ 7.5% ตามมาด้วยอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของ ADVANC ที่ 7% และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของ DTAC ที่ 6%








