วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BDMS - ซื้อ

ฟ้าหลังฝน

ประเด็นการลงทุน

เราคงคำแนะนำ ซื้อ BDMS เนื่องจากความกดดันต่ออัตรากำไรที่คลายตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจากวัฏจักรการลงทุนโรงพยาบาลสร้างใหม่ (ที่กดดันความสามารถในการทำกำไรของบริษัทในช่วงก่อนและปีแรกที่โรงพยาบาลเปิด) ใกล้สิ้นสุดลง พร้อมปรับราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2559 มาอยู่ที่ 24 บาท (จากเดิมที่ 22 บาท) สะท้อนการปรับประมาณการกำไรของเราเพิ่มขึ้น และอ้างอิงค่า WACC ใหม่ที่ 7.7% (จากเดิม 8.9%) เพื่อให้สอดคล้องกับสมมติฐานอัตราผลตอบแทนส่วนของผู้ถือหุ้นที่ 10.7% (จาก 12.6%) ทั้งนี้บริษัทซื้อขายอยู่ที่ระดับ PER ปี 2559 ที่ 35.3 เท่า ซึ่งนับว่าใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยโรงพยาบาลทั่วโลก โดยเรามองว่ามูลค่าการซื้อขายสามารถปรับเพิ่มระดับขึ้นได้อีกเพื่อสะท้อนแนวโน้มอัตรากำไรที่จะสูงขึ้นในอนาคต

มุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อแนวโน้มกำไรในช่วงปี 2559-2560

เราปรับประมาณการกำไรหลักในช่วงปี 2559-2560 เพิ่มขึ้น 2% โดยปรับประมาณการอัตรากำไรหลักเพิ่มขึ้น 0.4% ในปี 2559 และเพิ่มขึ้น 0.2% ทในปี 2560 เพื่อสะท้อนการเลื่อนเปิดโรงพยาบาลสร้างใหม่จอมเทียนจากปี 2559 ไปเป็นปี 2561 (เฟสแรกที่จำนวน 150 เตียงผู้ป่วยใน จากทั้งหมด 250 เตียง) ซึ่งการเลื่อนเปิดโรงพยาบาลสร้างใหม่ดังกล่าวจะช่วยลดความกดดันต่ออัตรากำไรในช่วงปี 2559-2560 ได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้หากสันนิษฐานรายได้ธุรกิจการแพทย์ปี 2559 เติบโต 12% มาแตะจุดสูงสุดใหม่ที่ 6.9 หมื่นล้านบาท อัตรากำไรหลักปรับตัวดีขึ้น 0.4% YoY มาอยู่ที่ 12.9% ในปี 2559 และ เพิ่มขึ้น 0.5% YoY มาอยู่ที่ 13.4% ในปี 2560 ซึ่งประมาณการใหม่ดังกล่าวสะท้อนอัตราการเติบโตของกำไรหลักอยู่ที่ 15% ในปี 2559 และ 16% ในปี 2561

เป้าหมายหลัก : เพิ่มประสิทธิภาพ

อัตรากำไรหลักได้แตะจุดต่ำสุดที่ 10.6% ในไตรมาส 2/58 ไปแล้ว (ใกล้เคียงกับจุดต่ำสุดครั้งที่แล้วในไตรมาส 2/56) พร้อมทั้งปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 12.2% ในไตรมาส 3/58 ผู้บริหารมองอัตรากำไรหลักมีแนวโน้มแข็งแกร่งขึ้นได้ในปี 2559 โดยมีปัจจัยแรกจากโรงพยาบาลสร้างใหม่ 7 แห่งที่เริ่มเปิดให้บริการในช่วงไตรมาส 1/57-2/58 (ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ตาราง 2, Figure 2) ที่มีแนวโน้มอัตราเข้าใช้บริการเพิ่มขึ้นในปี 2559 (จากอัตราเข้าใช้บริการเพียง 50% ในปี 2558) ปัจจัยที่สองคือการเปิดตัวโรงพยาบาลสร้างใหม่อย่างโรงพยาบาล เปาโลรังสิต ในไตรมาส 1/59 ที่เรามองว่าจะได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเนื่องจากอยู่ในเขตชุมชนหนาแน่น และปัจจัยสุดท้ายคือไม่มีการเริ่มเปิดโรงพยาบาลสร้างใหม่อีกจนกว่าจะปี 2561 เป็นอย่างน้อย



ขยายเครือโรงพยาบาลศูนย์วิจัยเพื่อรองรับผู้ป่วยต่างชาติ

BDMS วางแผนสร้างโรงพยาบาลกรุงเทพสำนักงานใหญ่ที่ซอยศูนย์วิจัยเป็น “ศูนย์กลางแห่งความเป็นเลิศ” โดยเน้นผู้ป่วยกลุ่มชาวต่างชาติที่มีรายได้สูง ซึ่งบริษัทได้ร่วมมือกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหลายรายโรงพยาบาลทั่วโลกเพื่อเตรียมความพร้อมในระยะยาว รวมทั้งวางแผนขยายสำนักงานใหญ่ที่มีอยู่ให้แล้วเสร็จภายในปี 2562 ซึ่งประกอบไปด้วยตึกสร้างใหม่ 4 ตึก ที่สามารถรองรับจำนวนเตียงผู้ป่วยในใหม่อีก 224 เตียง มูลค่าก่อสร้างประมาณ 4-5 พันล้านบาท

เป้าหมาย 50 โรงพยาบาลในเครือยังไม่รีบร้อน

BDMS เลื่อนเป้าหมายเปิดให้บริการโรงพยาบาล 50 แห่งระยะยาวไป โดยอย่างเร็วที่สุดเป็นปี 2561 เพื่อควบคุมประสิทธิภาพในการบริหารและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรให้เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีโรงพยาบาลในเครือทั้งหมด 44 แห่ง (ดำเนินการอยู่ปัจจุบัน 42 แห่ง และกำลังก่อสร้างอีก 2 แห่ง) โดยบริษัทได้มีซื้อที่ดิน 2 แปลงแล้วในมือเพื่อลงทุนสร้างโรงพยาบาลใหม่ในอนาคต ซึ่งประกอบไปด้วย 1 แปลงในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและอีก 1 แปลงในจังหวัดเชียงราย ทั้งนี้กลยุทธ์การซิ้อโรงพยาบาลนั้นจะมุ่นเน้นโรงพยาบาลที่ดำเนินงานอยู่แล้ว ในขณะที่ฐานะทางการเงินของบริษัทแข็งแกร่งมากพร้อมที่จะขยายโรงพยาบาลใหม่ได้ในทุกรูปแบบทั้งสร้างเองและเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติม เนื่องจาก BDMS มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิอยู่เพียง 0.5 เท่า ณ สิ้นเดือน ก.ย. (ต่ำกว่าระดับที่เจ้าหนี้ควบคุมคืออัตราหนี้สินต่อทุนสุทธิที่ 1.75 เท่าอยู่มาก)