วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

SCB - ซื้อ

ประมาณการธนาคารปี 2559 ยังใกล้เคียงกับการคาดการณ์ของเรา

ประเด็นการลงทุน

เราได้เข้าประชุมกับผู้บริหารเมื่อวานนี้ โดยคุณ ญนน์ โภคทรัพย์ ประธานธนาคารมีมุมมองเชิงอนุรักษ์นิยมต่อแนวโน้มปี 2559 จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวกว่าคาด ซึ่งตัวเลขเหล่านี้สอดคล้องกับประมาณการอัตราการเติบโตของสินเชื่อ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯของเรา เรายังคงใช้ประมาณการกำไรปี 2558 เดิมที่คาดว่าจะลดลง 8.1% อยู่ที่ 4.9 หมื่นล้านบาท ก่อนดีดตัวกลับมาเติบโต 15.3% ที่ 5.65 หมื่นล้านบาทในปี 2559 นอกจากนี้เรามองว่าผลประกอบการของ SCB จะฟื้นตัวเร็วกว่าคู่แข่งหลังภาพเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้นในครึ่งหลังปี 2559 โดยมีปัจจัยจากโครงการภาครัฐและการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ต่ำกว่าปีนี้มาก จากความคาดหมายกำไรฟื้นตัวในปี 2559 และมูลค่าการซื้อขายที่น่าสนใจในระดับ PBV ที่ 1.3 เท่า (เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยที่ 1.75 เท่า) เรายังคงแนะนำ “ซื้อ”

SCB มองสินเชื่อปี 2559 โต 4-6% สอดคล้องกับประมาณการของเรา

ผู้บริหารยังคงใช้ตัวเลขสินเชื่อเติบโตเชิงอนุรักษ์นิยมในปี 2558 เดิม ที่ 2.5-3.0% หลังสินเชื่อใน 9 เดือนแรกของปีเติบโตอยู่ที่ 2.2% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ SCB ได้บันทึกตัดหนี้สูญ 1.2 หมื่นล้านบาทของบริษัท SSI ในสหราชอาณาจักรออกไปในไตรมาส 3/58 โดยผู้บริหารตั้งเป้าสินเชื่อในปี 2559 เติบโตอยู่ที่ 4-6% (ส่วนใหญ่เน้นธรุกิจ SME) อ้างอิงจากค่าจีดีพีที่คาดเติบโต 2.5% เรายังคงใช้ประมาณการสินเชื่อเติบโต 2.5% ในปี 2558 และ 6% ในปี 2559 สอดคล้องกับประมาณการของบริษัท นอกจากนี้ผู้บริหารย้ำเป้าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปีนี้ที่ 3.0-3.2% และตั้งเป้าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2559 อยู่ที่ 3.1-3.3% ในขณะที่เราประเมินส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2558 ที่ 3.15% และ ปี 2559 ที่ 3.19% ไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ CFO ของ SCB คาดอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นมีแนวโน้มอยู่ที่ 17-20% ในปี 2558 และ 15-18% ในปี 2559 ในขณะที่ประมาณการเชิงอนุรักษ์นิยมของเราคาดอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือปี 2558 อยู่ที่ 16.3% และ ปี 2559 ที่ 17.0%

หนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อเฉลี่ยปรับลงมาอยู่ที่ 105-115 bps ในปี 2559 จาก 140 bps ในปี 2558

SCB ตั้งค่าสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯขนาดใหญ่มูลค่า 2.47 หมื่นล้านบาทใน 9 เดือนแรกของปี (ส่วนใหญ่เพื่อรองรับ SSI) โดย CFO ย้ำหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อเฉลี่ยที่ 140 bps ของสินเชื่อรวมในปี 2558 จะปรับตัวลงไปอยู่ที่ 105-115 bps ในปี 2559

ส่วนเราประเมินว่าหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อเฉลี่ยจะอยู่ที่ 160 bps ของสินเชื่อรวมในปี 2558 และลดลงมาอยู่ที่ 105 bps ในปี 2559 ทั้งนี้ SCB คาดสัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมจะอยู่ที่ราว 3% ณ สิ้นปี 2558 และต่ำกว่าหรือเท่ากับ 3% ในปี 2559 จากการปรับโครงสร้างหนี้เสียที่รวดเร็วและการขายสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หากอ้างอิงจากตัวเลขที่ธนาคารกล่าวไว้ เรามองนโยบายการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯจะกลับมาสู่ภาวะปกติตั้งแต่ไตรมาส 4/58 เป็นต้นไป (หรือประมาณ 100 bps ของสินเชื่อรวม) หลังอัตราส่วนหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อเฉลี่ยอยู่ที่ 184 bps ใน 9 เดือนแรกของปี

แผนระยะยาวเน้นสินเชื่อ SME และธุรกิจการลงทุนให้ลูกค้ามากขึ้น (ธนบดีธนกิจ) 

ผู้บริหาร SCB นำเสนอแผนระยะยาว 5 ปี เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับบริษัท ซึ่งประกอบด้วยการขยายฐานการปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจ SME (ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ 19.6%ของสินเชื่อธนาคาร) ให้ใกล้เคียงกับสัดส่วนของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ 38% ภายใน 5 ปี นอกจากนี้บริษัทยังวางแผนที่จะเพิ่มสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการการลงทุน (ผ่านส่วนของธนบดีธนกิจ) เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ผ่านความสัมพันธ์ที่ดีและฐานลูกค้าเงินฝากจำนวนมากของธนาคารและ เครือข่ายสาขาที่มีอยู่ทั่วประเทศและการลงทุนเพิ่มในระบบดิจิตัลแบงค์กิ้งใหม่ที่ทันสมัย โดยในช่วงปี 2558-2559 ผู้บริหารคาดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จะทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 38-40% รวมทั้งมีแนวโน้มปรับตัวลงตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป ในขณะที่ เราคาด อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จะอยู่ที่ 39.3% ปี 2558 40% ในปี 2559 และ 40.1% ในปี 2560