วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

CK - ซื้อ

รายงานกำไร 3Q58 -83%QoQ -76%YoY เนื่องจากไม่มีการขายเงินลงทุน

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- รายงานกำไรสุทธิ 3Q58 ที่ 284 ล้านบาทลดลงเมื่อเทียบกับ QoQ และ YoY : กำไรในไตรมาส 3 ปรับตัวลดลงเนื่องจากมีกำไรจากการขายเงินลงทุนเพียง 39 ล้านบทลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า 1,618 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นราว 8 ล้านบาทเนื่องจากมีการออกหุ้นกู้เพิ่มในไตรมาส 3 ที่ผ่านมาราว 4.5 พันล้านบาท ส่วนรายได้จากค่าก่อสร้างปรับตัวขึ้น 3%QoQ สู่ระดับ 8,726 ล้านบาทเนื่องจากมีวันทำงานมากกว่าไตรมาส 2 ด้านต้นทุนขายยังทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อนเนื่องจากงานก่อสร้างส่วนใหญ่ยังอยู่ช่วงกลางของการก่อสร้าง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวขึ้น 8% QoQ และ 15% YoY

- 4Q58 คาดกำไรปกติจะทรงตัวแต่กำไรสุทธิจะลดลงเพราะไม่มีกำไรพิเศษ : คาดกำไรปกติใน 4Q58 จะยังทรงตัวใกล้เคียงกับ 3Q58 ตามการรับรู้รายได้จากโครงการขนาดใหญ่อาทิ โครงการเขื่อนไชยะบุรี โครงการทางด่วนศรีรัชซึ่งอยู่ในช่วงกลางของงานก่อสร้างทำให้กำไรขั้นต้นมีแนวโน้มทรงตัว อย่างไรก็ตามในส่วนของกำไรสุทธิคาดว่าจะอ่อนตัวลง เพราะใน 4Q58 จะไม่มีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนและเงินปันผลรับ อย่างไรก็ตามในไตรมาส 4 ยังเป็นโอกาสของ CK ที่จะได้สัญญาก่อสร้างเพิ่มเติมเนื่องจาก รฟท. จะเปิดประมูลงานรถไฟทางคู่ถนนจิระ-ขอนแก่นมูลค่า 2.36 หมื่นล้านบาทซึ่งจะจัดให้มีการเสนอราคาทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction)ในวันที่ 8 ธ.ค. นอกจากนี้กรมทางหลวงจะเปิดประมูลงานมอเตอร์เวย์พัทยา-มาบตาพุดมูลค่ากว่า 1.42 หมื่นล้านบาท แต่ CK จะร่วมประมูลเฉพาะสัญญาที่ 14 เกี่ยวกับการก่อสร้างด่านเก็บค่าผ่านทางมูลค่า 2,500 ล้านบาทซึ่งคาดว่าจะสามารถทำการประมูลได้ภายใน 4Q58 ซึ่งจะช่วยหนุนงานในมือ(Backlog) ของบริษัทเพิ่มเติม (ณ ปัจจุบันมี Backlog 8 หมื่นล้านบาทเพียงพอต่อการรับรู้รายได้ไปอย่างน้อย 2-3 ปี)

- ปี 2559 เป็นปีทองของงานก่อสร้างภาครัฐกว่า 6.4 แสนล้านบาท : ในช่วงครึ่งแรกปี 2559 มูลค่าโครงการรวม 2.94 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะมีการเปิดประมูล 1)รถไฟฟ้าสายสีส้ม 2) รถไฟฟ้าสายสีชมพู 3) รถไฟฟ้าสายสีเหลือง 4) รถไฟทางคู่ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร 5) นครปฐม-หัวหิน 6) มาบกะเบา-ถนนจิระ 7) ลพบุรี-ปากน้ำโพ และ 8) สุวรรณภูมิเฟส 2 และในครึ่งปีหลังจะมีการเปิดประมูลอีก 9 โครงการมูลค่ารวม 3.52 หมื่นล้านบาท ซึ่งหาก CK ได้งานประมูล 20-25% ของช่วงครึ่งปีแรกจะทำให้มีงานในมือ (Backlog) เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 5.8 หมื่นล้านบาท

- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 33.20 บาท : กำไร 9 เดือนแรกคิดเป็น 85% ของประมาณการแต่แนวโน้มกำไร 4Q58 ที่อ่อนตัวเนื่องจากคาดว่าจะไม่มีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนและไม่มีเงินปันผลรับ ฝ่ายวิจัยจึงปรับประมาณการกำไรปี 58 ลงจาก 2,781 ล้านบาทเหลือ 2,596 ล้านบาทลดลง 7% แต่ปรับเพิ่มกำไรปี 59 ขึ้นจาก 1,413 ล้านบาทเป็น 1,567 ล้านบาท เพราะมีการเปลี่ยนวิธีรับรู้กำไรจากบริษัท BECL หลังมีการควบรวมกับ BMCL ส่งผลให้มีกำไรเพิ่มขึ้นราว 300 ล้านบาทจากปี 58 อีกทั้งแนวโน้มปี 59 สดใสจากงานประมูลภาครัฐมูลค่ากว่า 6.4 แสนล้านบาทเป็นผลเชิงบวกต่อหุ้น CK ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 59 ของ CK ด้วยวิธี SOTP (ใช้ราคา Consensus เฉลี่ย BECL BMCL TTW และ CKP) จะได้ราคาเหมาะสมที่ 33.20 บาทซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงคงแนะนำ “ซื้อ”