4Q58 จะเป็นอีกไตรมาสที่กำไรโดดเด่น
ผลประกอบการงวด 3Q58 หากไม่นับรายการพิเศษจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ถือว่ายังแข็งแกร่ง ส่วนแนวโน้มงวด 4Q58 คาดว่าจะเป็นอีกไตรมาสที่ผลประกอบการโดดเด่นมาก ตอกย้ำความเป็นราชากลุ่มเหล็กในปีนี้
3Q58 ยังแกร่ง แม้มีรายการพิเศษขาดทุน FX
MCS รายงานผลประกอบการงวด 3Q58 มีกำไรสุทธิ 106 ล้านบาท Turnaround เด่น YoY ส่วนถ้าเทียบ QoQ แม้จะปรับลดลง 31% แต่ไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวล เนื่องจากในงวด 3Q58 MCS มีรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง 57 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการที่ MCS ไปจอง Forward Contract เฉลี่ยที่บริเวณ 29 บาท/100 เยน จำนวนมาก ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยน ณ สิ้นงวด 3Q58 ขึ้นไปอยู่ที่ 30 บาท/100 เยน จึงทำให้เกิดผลขาดทุนทางบัญชีดังกล่าว ทั้งนี้ หากตัดรายการพิเศษทั้งหมดออก จะทำให้กำไรปกติอยู่ที่ 152 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% QoQ โดยในงวด 3Q58 มีปริมาณการส่งออกเหล็กไปให้กับลูกค้าผู้รับเหมาในญี่ปุ่น 1.17 หมื่นตัน ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยปรับลดลง 14% QoQ เป็น 2.11 แสนเยน/ตัน เนื่องจากถูกฉุดด้วยราคาขายของงานที่ผลิตโดย Xiamen ซึ่งเป็นการส่งมอบของงานโครงการ Funabashi ที่มีราคาขายไม่สูงนัก ด้าน Gross Margin สามารถทำได้สูงถึง 42.7% ดีขึ้นจากที่ทำได้ 38% ในไตรมาสก่อนหน้า ด้วยผลบวกจาก Fixed Cost ต่อหน่วยที่ลดลง
4Q58 จะตอกย้ำความเป็นหุ้น HOT ของปีนี้
ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงที่เกิดขึ้นในงวด 3Q58 จะถูก Reverse กลับทั้งจำนวนทันที ณ ต้นงวด 4Q58 และจะมีการปรับปรุงรายการตามการแลกเงินที่เกิดขึ้นจริงในงวด 4Q58 และพิจารณาอัตราแลกเปลี่ยน ณ สิ้นงวด 4Q58 อีกที ซึ่งสถานการณ์ของค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงมาเล็กน้อยอยู่ที่ 29 บาท/100 เยน ทำให้ฝ่ายวิจัยจึงมองว่ามีโอกาสสูงที่ในงวด 4Q58 จะเหลือยอด Reverse จากรายการดังกล่าวกลับคืนมา หรือในกรณีที่ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นเกิน 30 บาท/100 เยน ก็จะกระทบไม่มากนัก และจะส่งผลดีต่อการรับรู้รายได้ที่อยู่ในรูปเงินเยน กล่าวโดยสรุปคือ ไม่ว่าค่าเงินเยนจะอ่อนค่าหรือแข็งค่า MCS ก็ได้รับประโยชน์ทั้ง 2 กรณี ส่วนการดำเนินงานปกติในงวด 4Q58 คาดว่าจะเป็นอีกไตรมาสที่โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากจะมีงานส่งออกโครงสร้างเหล็กราว 1-1.1 หมื่นตัน และเป็นงานจากโรงงาน MCS โดยตรง จึงทำให้ยอดส่งมอบทั้งปีอาจทำได้สูงถึง 4.8 หมื่นตัน ทะลุสมมติฐานของฝ่ายวิจัยที่ 4.4 หมื่นตันไปไกลแล้ว ดังนั้น ฝ่ายวิจัยจึงเห็น Upside ของประมาณการกำไรปี 2558 โดยในเบื้องต้นคาดการณ์ว่าอาจทำได้สูงกว่า 600 ล้านบาท ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการเดิมไว้ก่อน และจะปรับประมาณการเมื่อมีการทำ Preview ผลประกอบการไตรมาส 4
พื้นฐานดี ราคาถูก เชียร์สุดใจ
ฝ่ายวิจัยขยับไปใช้มูลค่าพื้นฐานของปี 2559 โดยให้ราคาเหมาะสมที่ 14.48 บาท (อิง PER 12 เท่า) มี Upside 34% ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันมี Expected PER ณ สิ้นปี 2558 เพียงแค่ 10.4 เท่า เมื่อประกอบกับ Earning Momentum ซึ่งฝ่ายวิจัยมีความมั่นใจสูงมากว่าผลประกอบการงวด 4Q58 จะออกมาเด่น จึงแนะนำ “ซื้อ”









