"เอกนิติ" คาดจีดีพีไทยปีหน้าโต 4% มองส่งออกโตได้ 3-4% เชื่อ "พีพีพี ฟาสแทร็ค" จะเร่งสร้างความเชื่อมั่นกลับมา
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวนการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. กระทรวงการคลัง ประเมินว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพีของไทยปี 59 จะขยายตัวได้ 4% ส่วนภาคการส่งออกขยายตัวได้ 3-4% อย่างไรก็ตาม มองว่า ต้องมีการปรับโครงสร้างทางด้านเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพาการส่งออกลง และหันมาเตรียมพร้อมการลงทุนในประเทศเพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะต่อไป ซึ่งมองว่า การลงทุนของภาครัฐจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชน แม้ว่าปัจจุบันสัดส่วนการลงทุนของภาครัฐจะอยู่ที่ 5% ของระบบเศรษฐกิจ แต่หากทำได้อย่างเต็มที่ ก็เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 20% ของระบบเศรษฐกิจ และช่วยเพิ่มความเชื่อมั่น ดังนั้น จึงยืนยันว่า การลงทุนเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ และยังมีผลในการช่วยเสริมศักยภาพการขยายตัวเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวด้วย
นอกจากนี้ ที่ผ่านมา รัฐบาลได้เห็นชอบโครงการพีพีพี ฟาสแทร็ก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญช่วยในการเร่งกระยวนการลงทุนที่เป็นโครงการร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ พีพีพี ซึ่งตอนนี้อยู่ในแผน 5 โครงการ วงเงิน 350,000 กว่าล้านบาท โดยคาดว่าภายในเดือนมีนาคม 2559 จะสามารถสรุปรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงาน เพื่อเสนอเข้าคณะกรรมการพีพีพีอนุมัติ ก่อนจะเสนอเข้าครม.พิจารณาและเริ่มร่างสัญญาจัดซื้อจัดจ้างได้ภายในเดือนพฤษภาคม 2559 และคาดว่าภายในปลายปี 2559 จะเริ่มมีเม็ดเงินจากการลงทุนในโครงการดังกล่าวเข้าสู่ระบบ ซึ่งช่วงแรกคาดว่าจะมีเม็ดเงินไม่มากนัก แต่จะมีผลในแง่ของความเชื่อมั่น
ส่วนการก่อการร้ายในฝรั่งเศส และการประกาศสงคราม มองว่า จะมีผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยในวงจำกัด เนื่องจากไทยมีการส่งออกไปฝรั่งเศสไม่ถึง 3% ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวมาไทยไม่ถึง 3% เช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด หากปัญหาระยะยาวมากขึ้น ผลกระทบอาจกระจายสู่ภาคต่างๆในระบบเศรษฐกิจ









