วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BA - ซื้อ

จำนวนผู้โดยสารและราคาที่สูงขึ้น หนุนแนวโน้มการเติบโตแข็งแกร่ง

ประเด็นการลงทุน

ประเด็นหลักจากการประชุมนักวิเคราะห์ล่าสุดยืนยันมุมมองเชิงบวกของเราต่อแนวโน้มการเติบโตของสายการบิน นอกจากนี้จากการที่เราอยู่ในช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวไทย เราคาดว่ากำไรหลักของ BA น่าจะมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งจนถึงไตรมาส 1/59 และน่าจะเป็นปัจจัยกระตุ้นการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นให้สูงขึ้นได้ นอกจากนี้การเติบโตของกำไรเฉลี่ย 44% ต่อปี ในช่วงปี 2557-2559 จากการกลับมาเติบโตของสถิติการจราจรทางอากาศ น่าจะช่วยสนับสนุนราคาหุ้นอีกด้านหนึ่ง ในแง่มูลค่าหุ้น ปัจจุบัน BA ซื้อขายกันอยู่ที่ PER ปี 2559 เพียง 9.3 เท่า (สำหรับธุรกิจสาการบินและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสนามบิน) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 9.9 เท่า

ไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวจะหนุนผลประกอบการไตรมาส 4/58 ให้แข็งแกร่ง

จากการที่เราอยู่ในช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวไทย เราคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและผู้โดยสารของ BA น่าจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องทั้ง YoY และ QoQ ในไตรมาส 4/58 จากข้อมูลในอดีตชี้ว่า จำนวนผู้โดยสารของบริษัทมักจะปรับตัวสูงขึ้น 4% QoQ ในไตรมาส 4 ของทุกปี นอกจากนี้รายได้จากผู้โดยสารต่อหน่วยคาดเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งและจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนให้รายได้จากผู้โดยสารต่อหน่วยของบริษัทสูงกว่าค่าเฉลี่ยได้ นอกจากนี้ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินคาดลดลง 28% YoY และ 29% QoQ มาอยู่ที่ 66 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ดังนั้นเราคาดว่าบริษัทจะสามารถรายงานกำไรหลักเติบโตแข็งแกร่งทั้ง YoY และ QoQ ในไตรมาส 4/58

รายได้เพิ่มขึ้นจากเส้นทางบินใหม่และความถี่ของเที่ยวบินมากขึ้น

บริษัทยังคงขยายกิจการอย่างต่อเนื่องผ่านการเพิ่มเส้นทางการบินใหม่และการเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินในไตรมาส 4/58 และในปี 2559 บริษัทเริ่มดำเนินการเส้นทางบินใหม่ (ภูเก็ต-หาดใหญ่, 1เที่ยวต่อวัน) ในวันที่ 11ต.ค. และจะเพิ่มอีก 3 เส้นทาง (สมุย-กวางโจว, 1 เที่ยวต่อวัน / กรุงเทพฯ-ดานัง, 4 เที่ยวต่อสัปดาห์ /หนึ่งจุดหมายในพม่า) ในปีหน้า และยังเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินในเส้นทางเดิมในไตรมาส 4/58 ประกอบด้วย กรุงเทพฯ-ภูเก็ต (จากเดิม 8 เที่ยวเป็น 9 เที่ยวต่อวัน), สมุย-ภูเก็ต (จาก 35 เที่ยวเป็น 42 เที่ยวต่อสัปดาห์), สมุย-สิงคโปร์ (จาก 10 เที่ยวเป็น 12 เที่ยวต่อสัปดาห์), เชียงใหม่-ย่างกุ้ง (จาก 4 เที่ยวเป็น 7 เที่ยวต่อสัปดาห์) และ เชียงใหม่-มัณฑะเลย์ (จาก 3 เที่ยวเป็น 4 เที่ยวต่อสัปดาห์)
นอกจากนั้นบริษัทมีแผนที่จะเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินในปี 2559 –กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ (จาก 7 เที่ยว เป็น 8 เที่ยวต่อวัน), กรุงเทพฯ-พนมเปญ (จาก 5 เที่ยวเป็น 6 เที่ยวต่อวัน), เชียงใหม่-สมุย (จาก 1 เที่ยวเป็น 2 เที่ยว ต่อวัน), สมุย-สิงคโปร์ (จาก 12 เที่ยว เป็น 14 เที่ยวต่อสัปดาห์) และสมุย-กัวลาลัมเปอร์ (จาก 11 เที่ยวเป็น 14 เที่ยวต่อสัปดาห์) เราเชื่อว่านี่ไม่เพียงทำให้จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น แต่จะเพิ่มรายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยด้วย จากการที่บริษัทน่าจะสามารถเป็นผู้กำหนดราคาในเส้นทางที่มีอุปสงค์สูงและมีการแข่งขันน้อยได้

เพิ่มเที่ยวบินร่วมแบบ Codeshare –อีกหนึ่งเครื่องมือในการขยายธุรกิจ

การเพิ่มเที่ยวบินร่วมแบบ Codeshare เป็นอีกหนึ่งวิธีในการขยายธุรกิจของ BA โดยจะมีสายการบินร่วมอีก 2 รายที่จะเริ่มให้บริการในไตรมาส 4/58-1/59 ประกอบด้วย สายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์ (เริ่มในไตรมาส 4/58) และสายการบินไชน่าอีสเทิร์น (เริ่มให้บริการในไตรมาส 1/59) ดังนั้นจะทำให้ BA มีสายการเบินร่วมรวม 22 สายการบินภายในเดือนมี.ค. 2559 นอกจากนี้ บริษัทคาดว่าจะมีอีก 4 สายการบินในเอเชียที่จะเข้ารวมเป็นสายการบินร่วมแบบ Codeshare ในปี 2559 โดยการเข้าทำสัญญาดังกล่าวจะหนุนให้บริษัทมีความสามารถในการขยายการเชื่อมโยงและความถี่ระหว่างประเทศไทยและประเทศอื่นๆมากขึ้น ส่งผลให้มีอัพไซด์ต่อการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารและผลประกอบการในระยะยาว นอกจากนี้การขยายสายธุรกิจดังกล่าว จะทำให้บริษัทสามารถกระจายแหล่งรายได้จากผู้โดยสารที่หลากหลาย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อผลประกอบการของบริษัทได้