สูงกว่าคาด
กำไรหลักสูงกว่าคาด
SAMART รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/58 ที่ 242 ล้านบาท ลดลง 32% YoY และ 12% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษในไตรมาส 3/58 ได้แก่ ขาดทุนจากอัตราการแลกเปลี่ยน 5 ล้านบาทและขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ 7 ล้านบาท กำไรหลักอยู่ที่ 254 ล้านบาทลดลง 14% YoY และ 13% QoQ กำไรสุทธิและกำไรหลักสูงกว่าคาด 10% และ 9% ตามลำดับ เนื่องจากภาระภาษีจ่ายของบริษัทอื่นๆ ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดฯ ที่ต่ำกว่าคาด กำไรหลักของ SIM ต่ำกว่าคาด 11% เนื่องจากภาระภาษีจ่ายที่สูงกว่าคาด กำไรหลักของ SAMTEL และ OTO สอดคล้องกับประมาณการของเรา
ประเด็นหลักผลประกอบการ
กำไรหลักที่ลดลง YoY เนื่องมาจากกำไรหลักของ SIM OTO และบริษัทอื่นๆ ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดฯ ที่ลดลงได้แก่ โรงไฟฟ้ากัมปอต (KPP) สามารถเอ็นจิเนียริ่ง (SE) วิชั่นแอนด์เซ็คเคียวริตี้ (VSS) และสามารถยูทรานส์ (SUT) ซึ่งกลบกำไรหลักของ SAMTEL และวิทยุการบินที่เขมร (CATS) ที่เพิ่มขึ้น โดยผลประกอบการของ SIM ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดกำไรสุทธิรวมของ SAMART ทั้งนี้กำไรหลักของ SAMTEL ในไตรมาส 3/58 เพิ่มขึ้น 3% YoY และ 16% QoQ เนื่องจากภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงและการบันทึกรายการเครดิตภาษี และรายได้ที่เพิ่มขึ้น (ดูรายละเอียดได้ในรายงาน SAMTEL)
กำไรหลักไตรมาส 3/58 ของ SIM ลดลง 83% YoY และ 69% QoQ เนื่องจากภาวะการบริโภคที่อ่อนแอและการแข่งขันจากผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือที่รุนแรงมากขึ้น (ดูรายละเอียดได้ในรายงาน SIM) ส่วนกำไรสุทธิของ OTO ในไตรมาส 3/58 ลดลง 25% YoY และ 17% QoQ เนื่องจากการรับรู้รายได้โครงการที่มีมาร์จิ้นต่ำและผลขาดทุนจากธุรกิจคอลล์เซ็นเตอร์ในประเทศกัมพูชา ทั้งนี้บริษัทอื่นๆ ที่ไม่ได้จดทะเบียนฯทั้งหมดยกเว้น รายงานกำไรลดลงในไตรมาส 3/58 ยกเว้น CATS ซึ่งมีผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/58 ที่เพิ่มขึ้น โดย CATS มีกำไรที่ 55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% YoY (แต่ลดลง 10% QoQ) จากจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ SE รายงานขาดทุนสุทธิ 10 ล้านบาทในไตรมาส 3/58 ขาดทุนเพิ่มขึ้น 100% YoY และ 72% QoQ ส่วน SUT รายงานกำไรสุทธิที่ 7 ล้านบาท ลดลง 72% YoY และ 83% QoQ จากรายได้ที่ลดลง
แนวโน้ม
เราคาดกำไรหลักไตรมาส 4/58 ที่ 270 ล้านบาท ลดลง 19% YoY แต่เพิ่มขึ้น 6% QoQ จาก SIM และ SAMTEL โดยเราคาดว่า SAMTEL จะมีกำไรหลักที่ 180 ล้านบาทในไตรมาส 4/58 ลดลง 10% YoY แต่เพิ่มขึ้น
25% QoQ ภายใต้สมมติฐานว่าบริษัทเซ็นสัญญางานโครงการวิทยุสื่อสารดิจิตอลแอ็ปโก้มูลค่า 3.4 พันล้านบาทกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติทันภายในไตรมาส 4/58 ส่วน SIM คาดว่าจะรายงานกำไรหลักไตรมาส 4/58 ที่ 50 ล้านบาท ลดลง 32% YoY (จากภาวะการบริโภคที่อ่อนตัวลง) แต่เพิ่มขึ้น 114% QoQ (จากช่วงไฮซีซั่นและผลกระทบทางบวกเล็กน้อยจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ)
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ไว้เท่าเดิม
คำแนะนำ
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากแนวโน้มผลประกอบการที่จะฟื้นตัวในปี 2559 ของ SIM และ SAMTEL และจากการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกมาแถลงว่า SAMTEL ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีการติดตั้งเสาและอุปกรณ์วิทยุสื่อสารที่ผิดกฎหมาย เราจึงเชื่อว่าราคาหุ้นมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวกลับมาดีขึ้นอีกครั้งในเร็ววันนี้









