วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 17 พฤศจิกายน 2558

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังฝรั่งเศสปฏิบัติการโจมตีกลุ่มไอเอสในซีเรีย

+ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังฝรั่งเศสส่งเครื่องบินรบออกปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่จู่โจมฐานที่มั่นของกลุ่มกองกำลังรัฐอิสลาม (IS) ทางตอนเหนือของซีเรีย โดยเกิดขึ้น 2 วันหลังจากการที่เกิดเหตุวินาศกรรมโจมตีกรุงปารีส จนทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 ราย

+ ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดสูงขึ้นถึง 237.77 จุด ไปปิดที่ระดับ 17,483.01 จุด เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกกังวลจากเหตุการณ์รุนแรงในกรุงปารีส เนื่องจากนักลงทุนวิเคราะห์ว่าเหตุวินาศกรรมในกรุงปารีสจะไม่ส่งผลกระทบในระยะยาวต่อเศรษฐกิจสหรัฐ และผลประกอบการของภาคเอกชน

+ การประท้วงของพนักงานบริษัท Petrobras ยังคงยืดเยื้อ เนื่องจากพนักงานยังไม่บรรลุข้อตกลงกับฝ่ายบริหารของบริษัท โดยล่าสุด การประท้วงส่งผลให้กำลังการผลิตน้ำมันดิบปรับลดลง 115,000 บาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นประมาณ 5.5% ของกำลังการผลิตรายวัน เมื่อเทียบกับการผลิตในระดับก่อนการประท้วงในวันที่ 1 พ.ย. 58

+ ดัชนีราคาผู้บริโภคยูโรโซนเดือน ต.ค. 58 ปรับเพิ่มขึ้น 0.1% จากเดือนก่อนหน้าที่ 0.0% ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนด้านบวกให้กับตลาดน้ำมันดิบ เนื่องจากเศรษฐกิจประเทศในฝั่งยุโรปมีบทบางสำคัญต่อภาวะเศรษฐกิจโลก

- ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี ประจำไตรมาส 3/58 ของญี่ปุ่นขยายตัวเพียง 0.8% ซึ่งลดลงจากไตรมาสที่แล้ว 0.2% เนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศลดลง 1.2% ถือเป็นการชะลอตัวลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน แสดงถึงเเศรษฐกิจของญี่ปุ่นเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 5 ปี และเป็นการตอกย้ำว่าแผนกระตุ้นเศรษฐกิจอาเบะโนมิกส์ของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นยังไม่สามารถขับเคลื่อนญี่ปุ่นให้พ้นจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำได้

- อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่าราคาน้ำมันดิบยังถูกกดดัน เนื่องจากภาพรวมของตลาดยังอยู่ในภาวะอุปทานล้นตลาด โดยประมาณการล่าสุดปี 2015 คาดว่ากำลังการผลิตยังอยู่ในระดับสูงกว่าอุปสงค์ประมาณ 0.7-2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับอุปทานที่หายไปจากการที่โรงกลั่นน้ำมันในไต้หวันยังกลับมาดำเนินการผลิตไม่ได้ หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยโรงกลั่นน้ำมันแห่งนี้เตรียมที่จะกลับมาดำเนินการผลิตหลังจากปิดซ่อมบำรุงประมาณ 2 เดือน นอกจากนี้ อุปสงค์จากศรีลังกายังช่วยหนุนตลาดน้ำมันเบนซินอีกด้วย

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์จากเวียดนาม ศรีลังกา อินโดนีเซีย และทวีปแอฟริกา ยังคงหนุนตลาดอยู่ อย่างไรก็ดี อุปทานในเดือน ธ.ค. คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันเริ่มกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้ง

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 41-46 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 44-49 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคยังคงปริมาณการผลิตในระดับสูงเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดและเพิ่มการส่งออกไปยังประเทศในกลุ่มตะวันตกมากขึ้นหลังจากที่มีการสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดในเอเชียให้กับรัสเซีย โดยปัจจัยดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคยังต้องการรักษาส่วนแบ่งการตลาดและไม่มีทีท่าจะปรับลดการผลิตลงแต่อย่างใด สะท้อนให้เห็นว่าภาวะอุปทานน้ำมันดิบส่วนเกินจะยังคงไม่คลี่คลายในเร็วนี้

- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง โดยล่าสุดแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน หลังธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีการส่งสัญญาณว่าจะมีการพิจารณาการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือน ธ.ค. นี้ เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐ มีการฟื้นตัวมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดแรงงาน ซึ่งล่าสุดอัตราการว่างงานลดลงแตะระดับร้อยละ 5.5

- จับตาปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่คาดว่าจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อ หลังมีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องมาแล้วเป็นเวลากว่า 7 สัปดาห์ติดต่อกัน สาเหตุเนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันดิบมีการปิดซ่อมบำรุงและปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังส่วนต่างราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่แคบลง ทำให้มีการหันไปนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผลของสต๊อกน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างจำกัด

                                                               -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999