3Q58 พลิกมีกำไร 1,070 ล้านบาท จากขาดทุนในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- 3Q58 พลิกมีกำไร 1,070 ล้านบาท จากขาดทุนในช่วงเดียวกันของปีก่อน: 3Q58 รายได้ทรงตัว QoQ แต่โตขึ้น 10%YoY โดยเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจหลักโดยเฉพาะธุรกิจทรูออนไลน์ที่ให้บริการไฟเบอร์บรอดแบนด์ซึ่งได้รับการตอบรับดีและทำสถิติผู้ใช้บริการสูงสุดใน 3Q58 และยังคงเป็นธุรกิจที่ทำรายได้หลักให้กับบริษัท ทั้งนี้ทรูโมบายและทรูวิชั่นผลการดำเนินงานยังไม่ดีเท่าใดนักโดยผลประกอบการเฉพาะบริษัทยังคงขาดทุน อย่างไรก็ตามบริษัทมีกำไรอื่นและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนทำให้มีกำไรสุทธิ 1,070 ล้านบาท ลดลง 18%QoQ และพลิกจากขาดทุนในช่วงเดียวกันของปีก่อน
- กำไรสุทธิปี 59 มีความเสี่ยงจากการประมูลใบอนุญาตคลื่น 1800 MHz: การประมูลใบอนุญาตคลื่น 1800 MHz โดยบริษัทชนะประมูลคลื่นชุดที่ 1 ราคา 39,792 ล้านบาท ฝ่ายวิจัยคาดว่าจะเป็นภาระกับบริษัทอย่างมากแม้ว่าการชนะประมูลจะทำให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้นรวมถึงค่าใช้จ่ายกำกับดูแลที่ลดลง ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทได้เปิดให้บริการ 4G อยู่แล้วและมีค่าใช้จ่ายด้านกำกับดูแลที่ระดับต่ำ (ช่วง 3Q58 บริษัทมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้เท่ากับ 403 ล้านบาทมีสัดส่วนต่ำมากเมื่อเทียบกับรายได้รวม) ทำให้การชนะประมูลไม่ได้ช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้มากนัก อีกทั้งบริษัทยังมีภาระการตัดจำหน่ายใบอนุญาตใหม่นี้อีกราว 2,200 ล้านบาทต่อปีประกอบกับกำไรจากการดำเนินงานที่อ่อนแอรวมถึงภาระดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเงินเพื่อชำระค่าใบอนุญาต ทำให้มีแนวโน้มที่จะขาดทุนหากไม่มีกำไรพิเศษ
- 4G ความเสี่ยงที่แอบแฝงของบริษัท: ฝ่ายวิจัยคาดว่าการแข่งขันการให้บริการ 4G ในปี 59 จะเป็นปัจจัยกดดันต่อบริษัทอย่างมาก หลังจากที่ ADVANC ชนะการประมูลใบอนุญาตคลื่น 1800 MHz ชุดที่ 2 ซึ่งส่งผลให้ ADVANC สามารถเปิดให้บริการ 4G ได้เช่นเดียวกับ TRUE จึงมีโอกาสถูกแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดและมีความเสี่ยงมากขึ้นหาก JAS สามารถชนะการประมูล 4G บนคลื่นความถี่ 900 MHz ที่จะประมูลในเดือน ธ.ค. ซึ่งส่งผลให้การทำ Market-penetration ของแต่ละบริษัทจะสูงขึ้นซึ่งจะส่งผลให้ราคาขายและแพ็คเกจอาจอยู่ในระดับต่ำ กดดันความสามารถในการทำกำไรของค่ายมือถือแต่ละราย
- เปลี่ยนคำแนะนำจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” ราคาเป้าหมาย 10.30 บาท: จากความเสี่ยงในการแข่งขันที่รุนแรงและภาระค่าใช้จ่ายจากใบอนุญาตใหม่เป็นอุปสรรคต่อผลการดำเนินงานของบริษัทรวมถึงการจ่ายปันผล เราคำนวณราคาเป้าหมายสำหรับปี 59 ด้วยวิธี FCF (WACC 7%, Constant Growth 2.5%) ได้เท่ากับ 10.30 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาปัจจุบันแต่มี upside ไม่มากจึงเปลี่ยนคำแนะนำจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ”









