กำไรไตรมาส 3/58 สูงกว่าทุกคาดการณ์ หนุนการปรับประมาณการเพิ่มขึ้น
สูงกว่าคาด
CENTEL รายงานกำไรหลักไตรมาส 3/58 ที่ 294 ล้านบาท (เป็นกำไรรายไตรมาสในช่วงโลว์ซีซั่น ระหว่างเดือน ก.ค. - ก.ย. ที่สูงที่สุดในประวัติการณ์) เติบโตก้าวกระโดด 75% YoY และ 19% QoQ สูงกว่าที่เราคาดไว้ 13% และ ตลาด 12% จากค่าใช้จ่ายด้านการขายและบริหารที่ต่ำกว่าคาด
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
กำไรที่เติบโตแข็งแกร่งหนุนจากกำไรที่ฟื้นตัวดีทั้งจากธุรกิจโรงแรม(จากรายได้เติบโต และอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้น)และอาหาร (จากอัตรากำไรที่ดีขึ้นมากซึ่งชดเชยยอดขายที่ชะลอตัว) โดย CENTEL รายงานรายได้รวมเติบโต 2% YoY มาอยู่ที่ 4.4 พันล้านบาท (แบ่งเป็นรายได้ธุรกิจอาหาร 56% และโณงแรม 44%) ในขณะที่อัตรากำไรหลักเพิ่มขึ้นจาก 3.9% ในไตรมาส 3/57 มาอยู่ที่ 6.7% โดยในไตรมาส 3/58 นี้รายได้ธุรกิจโรงแรมกระโดดสูงขึ้น 6% YoY จาก รายได้เฉลี่ยต่อห้อง ที่เติบโต 9% (อัตราการเข้าพัก ดีดตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 80% ในไตรมาส 3/58 เมื่อเทียบกับ 73% ในไตรมาส 3/57 ซึ่งชดชยราคาค่าห้องเฉลี่ยที่อ่อนตัวลง 0.2% YoY ) อัตราการเติบโตยอดขายสาขาเดิมของธุรกิจอาหารปรับตัวลงเล็กน้อย 0.6% YoY เนื่องจากยอดขายสาขาเดิมที่หดตัวลงถึง 3.1% YoY (จากการบริโภคที่อ่อนตัวในประเทศ) โดยแม้ไตรมาส 3/58 จะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น แต่กำไรในธุรกิจโรงแรมของ CENTEL แข็งแกร่งที่ 172 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70% YoY และ 90% QoQ ในขณะที่กำไรสุทธิของธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้นถึง 90% YoY เนื่องจากอัตรากำไรสุทธิดีขึ้น (เพิ่มจากเพียง 2.6% ในไตรมาส 3/57 เป็น 4.9% ในไตรมาส 3/58) ทั้งนี้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิทรงตัว QoQ อยู่ที่ 0.7 เท่า
แนวโน้ม
อัตราการเติบโตของกำไรหลักในไตรมาส 4/58 เมื่อเปรียบเทียบ YoY อาจดูเติบโตไม่โดดเด่นมากเมื่อเทียบกับการเติบโต YoY ใน 9 เดือนแรกของปี เนื่องจากภาพการท่องเที่ยวไทยได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติในไตรมาส 4/57 แล้ว อย่างไรก็ตามเราคดาการณ์กำไรไตรมาส 4/58 จะกระโดดสูงขึ้น QoQ จากปัจจัยช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา บริษัทคาด อัตราการเติบโตของรายได้ต่อห้องพักในโดยรวมจะเพิ่มขึ้น 2% YoY (อัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 2% YoY มาอยู่ที่ 81%) ชดเชยอัตราค่าห้องพักที่อ่อนตัวลงเล็กน้อย YoY ทั้งนี้โรงแรมในมัลดีฟส์ที่ปิดบางส่วนเพื่อปรับปรุงมาตั้งแต่เดือน พ.ค ท่านมา นั้นกลับมาดำเนินการได้เป็นปกติในช่วงกลางเดือน พ.ย. นี้เป็นต้นไป
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เราปรับประมาณการกำไรหลักปี 2558 ขึ้น 7% และปี 2559 ขึ้น 3% เพื่อสะท้อนผลประกอบการไตรมาส 3/58 ที่ดีกว่าคาด และผลกระทบจากเหคุระเบิดในกรุบเทพที่น้อยกว่าคาด โดยมีการปรับสมมุติฐาน สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายปี 2558 ลง 0.8% และ ปี 2559 ลง 0.4% ทั้งนี้กำไรหลักใน 9 เดือนแรกของปี คิดเป็นสัดส่วน 74% ของประมาณการทั้งปีของเรา และ 80% ของตลาด
คำแนะนำ
เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” โดยเชื่อว่าปัจจัยกระตุ้นราคาระยะสั้นคือการปรับประมาณการกำไรของตลาด อย่างไรก็ตาม CENTEL มีมูลค่าการซื้อขายที่น่าสนใจในระดับ PER ณ สิ้นปี 2558 ที่ 26.2 เท่า ต่ำที่สุดในกลุ่มท่องเที่ยวที่เราให้คำแนะนำ ในขณะที่บริษัเคยซื้อขายที่ระดับ PER ที่ 32 เท่า (สูงกว่าค่าเฉลี่ยระหว่างปี 2549-2557 อยู่ 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) ในเป็นช่วงกำไรเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเราปรับราคาเป้าหมายที่คำนวณด้วยวิธีคิดลดเงินสด (DCF) มาอยู่ที่ 46 บาทต่อหุ้น (จาก 44 บาท) เพื่อสะท้อนประมาณการใหม่ อ้างอิงส่วนลดจากมูลค่าที่คำนวณด้วยวิธีคิดลดเงินสด (DCF) 15% (สมมติฐษน WACC ที่ 8.6% และ terminal growth rate ที่ 2.0%) ทั้งนี้โอกาสในการปรับประมาณการในระยะยาวเพิ่มขึ้นจะมาจากโรงแรม 4 ดาว แห่งใหมม่สองแห่งในมัลดีฟส์ (รวม 300 ห้อง) ที่จะเพิ่มจำนวนห้องพักขึ้น 7% ในปี 2561 นอกจากนี้ CENTEL มีแผนซื้อกิจการธุรกิจแบรนด์อาหารใหม่เพิ่มเติมในอนาคต (เน้นแบรนด์อาหารที่เป็นเครือข่ายสาขาดำเนินงานอยู่แล้วในปัจจุบัน)








