ยอดรอโอนยังต่ำถึงจุดน่ากังวนแม้งบ 3/58 ดีกว่าคาด
กำไรสุทธิสูงกว่าคาด; ยอดจองซื้อสอดคล้องกับประมาณการ
AMATA รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/58 ที่ 457 ล้านบาทกระโดดสูงขึ้น 349% QoQ และ 232% YoY สูงกว่าประมาณการของเรา 69% โดยยอดจองซื้อในไตรมาสอยู่ที่ 85 ไร่ สูงกว่าประมาณการของเราเพียงเล็กน้อยที่ 82 ไร่
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
ยอดจองซื้อที่ 85 ไร่ นับเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในปีนี้ ลดลงจาก 196 ไร่ในไตรมาส 2/58 และ 123 ไร่ในไตรมาส 3/57 โดยยอดจองซื้อทั้งหมดมาจากอมตะไทย-จีน แต่ไม่มียอดจองซื้อมาจากอมตะในเวียดนาม เนื่องจากมีการปรับระบบดำเนินเอกสารในประเทศเวียดนามในช่วงไตรมาส 3/58 ส่งผลให้ยอดจองซื้อในประเทศเวียดนามอ่อนตัวลงในไตรมาส 4/58 ในขณะเดียวกัน ยอดโอนที่ดินเพิ่มขึ้น (288% QoQ และ 335% YoY) มาอยู่ที 1.2 พันล้านบาท หรือ 259 ไร่ ซึ่ง 108 ไร่มาจากอมะนครและอีก 151ไร่มาจากอมตะไทย-จีน ทั้งนี้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นมาอยู่ที 52% (จาก 42% ในไตรมาส 2/58) โดยมีปัจจัยจากยอดโอนของอมตะนครที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่มขึ้น ส่วนธุรกิจสาธารณูปโภคยังคงรายงานรายได้แข็งแกร่งอยู่ที่ 356 ล้านบาท ในขณะที่รายได้ค่าเช่าปรับตัวลง 28% จากการขายเข้ากอง REIT ในไตรมาสที่แล้ว ส่วนรายได้จากโรงงานผลิตไฟฟ้าขาดทุน 6 ล้านบาทจากรายการอัตราแลกเปลี่ยนของหนี้ในโครงการ
แนวโน้ม
จากยอดจองซื้อในไตรมาส 3/58 ที่อ่อนตัว กอปรกับยอดจองซื้อลดลงของอมตะนครที่มีอัตรากำไรสูง ยอดรอโอนของ AMATA ปรับตัวลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 1.6 พันล้านบาท และเนื่องจากยอดรอโอนส่วนใหญ่มาจากยอดขายที่ดินในโครงการอมตะนคร ส่งผลให้มีความกดดันต่อยอดรอโอนที่เหลืออยู่ ทั้งนี้การออก IPO ของ AMATA VN มีแนวโน้มเกิดขึ้นในไตรมาส 4/58 แต่ยังไม่มีการสรุปราคา IPO เราจึงคาดว่ามูลค่าตามราคาตลาดจะอยู่ที่ 6 พันล้านบาทในขณะที่รายงานราคา IPO ชี้ว่ามูลค่าสูงกว่าตัวเลขดังกล่าว ทางด้านส่วนแบ่งรายได้โดยสันนิษฐานว่าไม่มีผลขาดทุนจากรายการอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มอีก คาดว่าจะอยู่ที่ 425 ล้านบาทในปี 2559 จากโรงไฟฟ้า SPP 2 แห่งที่จะเริ่มผลิตในเดือน พ.ย. ปีนี้และเดือนมิ.ย.ปีหน้า
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เรายังคงใช้ประมาณการยอดจองซื้อที่ดินและยอดโอนปี 2558 เดิมที่ 700 ไร่และ 1,032 ไร่ตามลำดับ โดยประมาณการยอดจองซื้อปี 2559 ยังคงเดิมอยู่ที่ 850 ไร่ แต่เราปรับประมาณการยอดโอนปี 2559 ลงมาอยู่ที่ 800 ไร่ (จาก 900 ไร่) เพื่อสะท้อนยอดรอโอนที่มีแนวโน้มหดตัว ส่งผลให้ปรับประมาณการกำไรหลังหักภาษีปี 2559 ลดลง 6% มาอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท
คำแนะนำ
จากอัตราโอนที่สูงกว่ายอดจองซื้อ ยอดรอโอนที่ปรับตัวลงยังเป็นปัจจัยที่น่ากังวลในปี 2559 อย่างไรก็ตาม เรามองว่าความเสี่ยงราคาหุ้นปรับตัวลงอีกมีน้อย โดยเชื่อว่าราคาได้สะท้อนปัจจัยแนวโน้มผลประกอบการชะลอตัวไปแล้ว (ดูรายงานเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ยังไม่ถึงเวลาฟื้นเต็มตัว ) ทั้งนี้ราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนส่วนลดต่อมูลค่าทรัพย์สินของบริษัทที่ 26% ใกล้เคียงกับตัวเลขในอดีตที่ 22% เราจึงยังคงแนะนำ “ถือ”








