วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สัญญาณปรับฐาน

แรงเทขายที่มีออกมาในหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคารพาณิชย์ ฉุดดัชนีตลาดปรับตัวลงแม้จะมีแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มสื่อสาร

ดัชนีตลาดปิดส่งท้ายสัปดาห์ที่ 1,382.46 จุด ทั้งสัปดาห์ดัชนีตลาดปรับตัวลดลง 32.08 จุด มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยวันละ 3.86 หมื่นล้านบาท สัญญาณทางเทคนิคระยะสั้นเริ่มกลับมาเป็นบวกในเขตขายมากเกิน จะทำให้ดัชนีตลาดมีโอกาสปรับตัวขึ้นทางเทคนิค ตลาดกังวลถึงผลกระทบจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือนหน้า บวกกับแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดลงจะส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน 

ปัจจัยทางเทคนิค

จากกราฟรายสัปดาห์ ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงหลังปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านของช่องแนวโน้มขาลงระยะยาวที่ระดับ 1,430 จุด แต่ไม่สามารถผ่านขึ้นไปได้ ดัชนีตลาดจึงเคลื่อนตัวอยู่ในช่องแนวโน้มขาลงระยะยาวและมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาเป้าหมาย 161.8% Fibonacci Projection ที่ระดับ 1,357 จุด ปริมาณการซื้อขายชะลอตัว และมีจุดต่ำเก่าที่ 1,341 จุดเป็นแนวรับถัดไป

ดัชนีตลาดไม่สามารถผ่านแนวต้านที่ 1,430 จุด ทำให้ดัชนีตลาดที่ปรับตัวขึ้นไม่สามารถเปลี่ยนเป็นคลื่นส่ง (Impulse Wave) และดัชนีตลาดไม่สามารถยืนปิดเหนือ 1,390 จุด ส่งผลให้ดัชนีตลาดยังเคลื่อนตัวเป็นคลื่นปรับ (Corrective Wave) โดยดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาแนวรับที่ 1,357 จุด

สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายสัปดาห์ สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นบวก

จากกราฟรายวัน ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงหลุดแนวรับของเส้น Multiple Moving Average แบบ Long – Term Investor (MMA2) และหลุดแนวรับของเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะกลางที่ระดับ 1,390 จุด ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น ระยะสั้นดัชนีตลาดมีทิศทางปรับตัวลดลงเข้าหาเป้าหมาย 161.8% Fibonacci Projection ที่ 1,357 จุด
ดัชนีตลาดมีทิศทางเคลื่อนตัวไปตามแนวโน้มขาลงและเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะกลางจะทำหน้าที่เป็นแนวต้านอยู่ที่ 1,390 จุด แม้ระยะสั้นดัชนีตลาดอาจมีการปรับตัวขึ้นทางเทคนิค แต่

ระยะยาวดัชนีตลาดยังมีทิศทางเคลื่อนตัวไปตามช่องแนวโน้มขาลง

สัญญาณ Oscillator จากกราฟรายวัน สัญญาณทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นลบ โดยสัญญาณ Modified Stochastic ปรับตัวเข้าสู่เขตขายมากเกิน (Oversold) จะทำให้ดัชนีตลาดระยะสั้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นทางเทคนิค (Technical Rebound) ระหว่างการซื้อขายหรือระหว่างวัน

ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ในรอบสัปดาห์นี้ มีกรอบแนวต้านอยู่ที่ 1,390 – 1,400 จุด และมีกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,376 – 1,363 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

เน้นปรับปรับพอร์ตเพื่อถือเงินสดเพิ่ม พอร์ตการลงทุนควรมีเงินสดอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต