“เงินบาทอ่อนค่า ขณะที่ ดัชนี SET ขยับลงต่อเนื่อง จากความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเฟด และผลการประมูล 4G”
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
- เงินบาทร่วงแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนที่ 35.95 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทเผชิญแรงขายในช่วงต้นสัปดาห์ หลังข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีเกินคาด หนุนโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนธ.ค. ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่อ่อนแอก็เป็นปัจจัยลบต่อสกุลเงินเอเชียและเงินบาทด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี แรงขายทำกำไรเงินดอลลาร์ฯ เป็นระยะๆ ช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทและทำให้การเคลื่อนไหวในระหว่างสัปดาห์ยังค่อนข้างแคบ ก่อนที่จะกลับมาอ่อนค่าลงอีกครั้งในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังมุมมองจากเจ้าหน้าที่เฟดหลายราย ตอกย้ำสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ
- สำหรับในวันศุกร์ (13 พ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ 35.94 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 35.57 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (6 พ.ย.)
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (16-20 พ.ย.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 35.70-36.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/58 ของไทย รวมถึงสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ จากเจ้าหน้าที่เฟด บันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 27-28 ต.ค. และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจและภาคการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียและสาขานิวยอร์ก ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนพ.ย. ดัชนีราคาผู้บริโภค การผลิตภาคอุตสาหกรรม การเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนต.ค. รวมถึงข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิเดือนก.ย. นอกจากนี้ นักลงทุนอาจจับตาจีดีพีไตรมาส 3/58 การส่งออกเดือนต.ค. และผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย
- ดัชนี SET ขยับลงต่อเนื่อง จากความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเฟด และผลการประมูล 4จี โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,382.46 จุด ลดลง 2.27% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 1.15% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 38,595.80 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 588.48 จุด ลดลง 2.75% จากสัปดาห์ก่อน
- ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงต่อเนื่องตลอดสัปดาห์นี้ โดยได้รับแรงกดดันจากคาดการณ์ถึงโอกาสที่มากขึ้นที่เฟดอาจจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือน ธ.ค. อันส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงจากเงินดอลลาร์ฯที่แข็งค่าขึ้น รวมทั้ง ส่งผลให้มีเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นไทย นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มสื่อสาร หลังจากที่ราคาประมูลคลื่น 4G ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ค่อนข้างมาก
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (16-20 พ.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีแนวต้านที่ 1,395 และ 1,410 จุด ขณะที่แนวรับอยู่ที่ 1,375 และ 1,360 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/58 ของไทย การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น ส่วนเครื่องชี้ทางเศรษฐกิจที่ของสหรัฐฯที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีราคาผู้บริโภค และเครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนการรายงานบันทึกการประชุมเฟด ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจประเทศอื่นๆ ได้แก่ การรายงานจีดีพีไตรมาส 3/58 ของญี่ปุ่น








