วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ICT กดตลาด

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (5 – 11 พ.ย. 2558)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปเคลื่อนไหวไม่ชัดเจน DJIA -0.9%, FTSE -1.8% ขณะที่ DAX +0.6%, CAC ฝรั่งเศส +0.1% เมื่อตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือน ต.ค. ของสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 2.71 แสนตำแหน่ง ดีกว่าคาดการณ์ที่ 1.83 แสนตำแหน่ง เพิ่มโอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค. นอกจากนี้ OECD ปรับประมาณการเศรษฐกิจโลกปีนี้และปีหน้าลง โดยคาดจะเติบโต 2.9% และปีหน้า 3.3% จากการประเมินเดือนก.ย. เท่ากับ 3.0% และ 3.6% 

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (5 – 11 พ.ย. 2558)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 5.5% การปรับตัวขึ้นนำโดยกลุ่มหลักทรัพย์ หลังทางการเตรียมเปิดให้มีการทำ IPO อีกครั้งหลังจากที่หยุดมากว่า 5 เดือน นอกจากนี้หุ้นขนาดเล็กในกลุ่มเทคโนโลยีและเวชภัณฑ์ปรับตัวขึ้น จากแผนการที่ตลาดหุ้นเซินเจิน จะรวมหุ้นขนาดเล็ก ChiNext ในแผนการเชื่อมโยงตลาดหุ้นกับฮั่งเส็ง รวมถึงแรงเก็งกำไรว่ารัฐบาลจะเร่งให้ความสำคัญกับภาคบริการและการบริโภค แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจจะออกมาเชิงลบต่อเนื่อง อัตราเงินเฟ้อเดือน ต.ค. ขยายตัวต่ำกว่าที่ตลาดคาด อีกทั้งดัชนีราคาผู้ผลิตหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 44 สะท้อนถึงอุปสงค์ที่อ่อนแอก็ตาม

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (5 – 11 พ.ย. 2558)

SET INDEX ปรับตัวลงจากความกังวลต่อโอกาสขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟดในเดือน ธ.ค.นอกจากนี้การปรับตัวลงนำโดยหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการประมูลคลื่น 4G ไม่ว่าจะเป็น ADVANC, DTAC, JAS, TRUE จากความกังวลต่อต้นทุนการประมูลใบอนุญาต 4G ที่สูงกว่าคาดการณ์ของตลาด นำตลาดปรับตัวลง ปิดที่ระดับ 1,390.15 จุด ลดลง 33.27 จุด หรือ -2.34% ณ วันที่ 11 พ.ย.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (13 – 19 พ.ย. 2558)

MBKET คงน้ำหนักการลงทุน “กลาง” เป็นสัปดาห์ที่ 3 ประเมินกรอบแกว่งระหว่าง 1,375-1,410 จุด ขยับกรอบลงมาจากสัปดาห์นี้ที่ปรับฐานลงหลุดแนว 1,400 จุด กดดันด้วยกลุ่ม ICT หลังการประมูล 4G ความถี่ 1800MHz ด้วยราคาที่สูงกว่าที่ตลาดประมาณการไว้ก่อนหน้า 4.0-4.5 หมื่นล้านบาท เท่านั้น เราเชื่อว่าเมื่อทราบผลการประมูล จะทำให้ราคาหุ้นทั้ง 4 ทั้ง ADVANC / DTAC / JAS / TRUE มีทิศทางที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น แต่จะช่วยให้ SET INDEX ฟื้นตัวได้จำกัดเช่นกัน เพราะปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ถือว่ามีความสำคัญต่อ

ปัจจัยพื้นฐานของการลงทุนอยู่ไม่น้อย ได้แก่

• การให้ความเห็นของประธานเฟด Janet Yellen ในที่ประชุมของเฟดคืนวันที่ 12 พ.ย. เราเชื่อว่าให้ความเห็นต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย กับ แนวทางการปรับให้กลับสู่ระดับสมดุลย์ของอัตราดอกเบี้ย

• ติดตามตัวเลข GDP ใน 3Q58 ของไทย วันที่ 16 พ.ย. ณ ปัจจุบัน Bloomberg consensus คาด 2.5% yoy ชะลอตัวจาก 2Q58 ที่ 2.8% yoy หรือ 0.7% qoq เร่งตัวขึ้นจาก 2Q58 ที่ขยายตัว 0.4% qoq

• การปรับดัชนี MSCI รอบ 6 เดือน เช้าวันที่ 13 พ.ย. ตามเวลาประเทศไทย จะทราบผล เราประเมินว่าการปรับดัชนีครั้งนี้ จะไม่มีหุ้นไทย เพิ่ม – ตัดออกจากการคำนวณ ดัชนี MSCI Thailand

• และติดตามรายงานการประชุมเฟดเดือนต.ค. ประกาศฉบับเต็มวันที่ 18 พ.ย. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 ธ.ค. จะมีลักษณะการขยับขึ้นอย่างไร ขึ้นต่อเนื่อง หรือ ขึ้น และ หยุด เพื่อประเมินสถานการณ์ก่อนการพิจารณาครั้งถัดไป

กลยุทธ์การลงทุน เราคงคำแนะนำ “ขึ้นแรงขาย / ลงแรงซื้อ” หรือ Trading” เช่นเดียวกับสัปดาห์ก่อนหน้า เพียงแต่ ให้นักลงทุนติดตามประเด็นด้านเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นสำคัญ เพราะจะเป็นตัวชี้นำทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงที่นักลงทุนทั่วโลกต่างรอดูผลการประชุมเฟดในกลางเดือนหน้า

ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในสัปดาห์หน้า  ได้แก่

1. ติดตามการประชุม ECB วันที่ 19 พ.ย. คาดว่า ECB จะคงนโยบายการเงิน แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่มุมมองต่อนโยบายการเงินในการประชุมนัดถัดไปคือวันที่ 3 ธ.ค. จะมีการผ่อนคลายมาตรการด้านใดบ้าง อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และ/หรือ การเพิ่มวงเงินเข้าซื้อสินทรัพย์

2. ติดตามการประชุม BoJ วันที่ 19 พ.ย. คาดว่าจะคงเป้าหมายการเพิ่มปริมาณเงิน Yen80 ล้านล้าน/ปี เช่นเดิม แต่อาจส่งสัญญาณเพิ่มมาตรการในการประชุมนัดสุดท้ายของปี เช่นเดียวกับ ECB

3. ติดตามการประชุม ครม.ทุกวันอังคาร อาจมีการพิจารณาแผนการลงทุนผ่านโครงการ PPP Fast track ที่จะเริ่มการลงทุนในปี 2559

4. งาน SET in The City วันที่ 19-22 พ.ค. คาดว่าจะมีเม็ดเงินใหม่ผ่านกองทุน LTF / RMF จากงานนี้

5. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อ – ผลผลิตภาคอุตฯ ของสหรัฐฯ / ผลผลิตภาคอุตฯ – อัตราเงินเฟ้อ ของอียู / อัตราเงินเฟ้อ – ยอดค้าปลีก อังกฤษ / ราคาบ้าน 70 เมืองหลักของจีน / GDP ใน 3Q58 ของญี่ปุ่น