ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐปรับสูงขึ้นและอิรักที่เพิ่มการส่งออกต่อเนื่อง
- ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับลดลงกว่า 3 เปอร์เซ็นต์หลังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่ยังคงปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องกว่า 7 สัปดาห์ติดต่อกัน โดยสถาบันปิโตรเลียมสหรัฐ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 6.3 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 486.1 ล้านบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.0 ล้านบาร์เรล สาเหตุเนื่องจากปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบยังคงอยู่ในระดับสูง สำหรับปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง โอคลาโฮมา ปรับเพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ดี ตลาดยังจับตาการรายงานตัวเลขของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ที่จะประกาศในวันนี้
- ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของอิรักในเดือน พ.ย. ปรับตัวสูงขึ้นกว่าเดือนก่อนหน้าที่ประมาณ 3.29 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังในเดือนก่อนหน้าประสบปัญหาเรื่องสภาพอากาศทำให้การขนส่งน้ำมันดิบเกิดความล่าช้า โดยจากข้อมูลของ Reuters พบว่าปริมาณการส่งออกไปอเมริกาปรับเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 40 จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 660,000 บาร์เรลต่อวัน สาเหตุเนื่องจากการปรับลดราคาขาย (OSPs) ไปยังอเมริกาลงค่อนข้างมาก ทำให้โรงกลั่นในอเมริการมีการนำเข้าเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากอิรักที่เพิ่มการส่งออกอย่างต่อเนื่อง ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกอย่างซาอุดิอาระเบียและรัสเซียยังคงปริมาณการผลิตในระดับที่สูงกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งส่งผลกดดันต่อตลาดน้ำมันว่าภาวะอุปทานน้ำมันดิบส่วนเกินจะยังไม่คลี่คลายในเร็วนี้
- บริษัทน้ำมันแห่งชาติของบราซิล Petrobras ออกมาเปิดเผยว่าได้มีการเสนอเพิ่มค่าแรงขึ้นกว่าร้อยละ 9.53 และพร้อมที่จะเจรจาและแก้ไขตามข้อเรียกร้องของกลุ่มสหภาพแรงงาน หลังการประท้วงของกลุ่มแรงงานที่ยืดเยื้อเป็นระยะเวลากว่า 11 วัน ส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของบราซิลปรับลดลงกว่า 115,000 บาร์เรลต่อวัน หรือประมาณร้อยละ 5 ของปริมาณของประเทศ อย่างไรก็ตาม สหภาพแรงงานยังไม่ได้ตอบรับกับข้อเสนอดังกล่าว เนื่องจากสหภาพแรงงานต้องการค่าแรงเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 18 และต้องการให้ Petrobras ยกเลิกการขายสินทรัพย์เพื่อนำเงินไปชำระหนี้
+ เอกวาดอร์หนึ่งในสมาชิกกลุ่มโอเปคได้ออกมาเรียกร้องให้กลุ่มผู้ผลิตปรับลดกำลังการผลิตลงเพื่อพยุงราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวสูงขึ้นในการประชุมระหว่างประเทศในกลุ่มอาหรับและอเมริกาใต้ นอกจากนั้น เวเนซุเอลา ยังได้ออกมาเปิดเผยว่าก่อนการประชุมโอเปควันที่ 4 ธ.ค. จะมีการประชุมของผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคเพื่อพูดคุยถึงสถานการณ์ในตลาดน้ำมันดิบ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์โดยส่วนใหญ่ยังเห็นพ้องกันว่ากลุ่มโอเปคไม่น่าจะปรับลดกำลังการผลิตลง
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากอุปทานน้ำมันเบนซินที่สูงมากขึ้นจากตะวันออกกลางและไต้หวันที่หน่วยผลิตน้ำมันเบนซินกลับมาดำเนินการตามปกติแล้ว จากก่อนหน้าที่มีการปิดซ่อมบำรุง ประกอบกับแรงซื้อที่ค่อนข้างเบาบาง หลังเมื่อวานนี้ตลาดสิงคโปร์มีการหยุดการซื้อขายเนื่องจากวัน Deepavali
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงขึ้นกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเล็กน้อย หลังได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อที่เพิ่มขึ้นจากเวียดนามและอินโดนีเซีย ประกอบกับอุปทานน้ำมันดีเซลที่ยังคงตึงตัว เนื่องจากโรงกลั่นบางส่วนยังปิดซ่อมบำรุง อย่างไรก็ดี ราคายังได้รับแรงกดดันจากอุปสงค์ที่อาจเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่ได้หนาวอย่างที่คาดการณ์ไว้
ทิศทางราคาน้ำมันดิบ
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 41-46 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 44-49 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ของจีน ได้แก่ ยอดส่งออก ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น ว่าจะออกมาในทิศทางใด ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะสร้างความกังวลต่อภาพเศรษฐกิจโดยรวมและอุปสงค์น้ำมันของจีนที่อาจมีแนวโน้มชะลอตัวลงได้ ซึ่งจะส่งผลกดดันราคาน้ำมัน
- อัตราการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มชะลอตัวลงต่อเนื่อง โดยล่าสุด EIA รายงานการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ (ณ วันที่ 30 ต.ค.) เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 9.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ชะลอตัวลงจากระดับสูงสุดที่ 9.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน เม.ย. เนื่องจากผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ บางส่วนได้ชะลอการผลิตลง
- รายงานสถานการณ์น้ำมันประจำเดือน พ.ย. จากสำนักสารสนเทศน์ด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) วันที่ 11 พ.ย. โอเปค วันที่ 12 พ.ย. และ สำนักงานพลังงานสากล (IEA) วันที่ 13 พ.ย. นี้ ว่าจะมีแนวโน้มต่อภาพตลาดน้ำมันอย่างไร
- การประท้วงของสหภาพแรงงานบริษัทน้ำมันแห่งชาติบราซิลเพื่อเรียกร้องให้บริษัทปรับเพิ่มค่าแรงขึ้น ที่ส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบของบราซิลปรับลดลงอย่างมาก อาจยังคงส่งผลต่อราคาน้ำมันระยะสั้นต่อเนื่อง แม้ล่าสุดบริษัทได้ออกแผนการฉุกเฉินเพื่อรับมือกับการประท้วงเพื่อชะลอความรุนแรงลงแล้ว
- ความคืบหน้าสถานการณ์นิวเคลียร์ของอิหร่าน หลังล่าสุด อิหร่านเปิดเผยว่า อิหร่านได้เริ่มเดินหน้าทำตามข้อตกลงนิวเคลียร์ที่อิหร่านและกลุ่มชาติมหาอำนาจ (P5+1) บรรลุไว้เมื่อวันที่ 14 ก.ค. แล้ว โดยหากอิหร่านสามารถปฎิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงทั้งหมดได้ก่อนวันที่ 15 ธ.ค. ส่งผลให้อิหร่านจะได้รับการยกเลิกการคว่ำบาตรและกลับมาส่งออกน้ำมันดิบตามปกติในปีหน้า
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999








