วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

GFPT - ซื้อ

สูงกว่าคาด – ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2558-59

สูงกว่าคาด

GFPT รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/58 ที่ 326 ล้านบาท ลดลง 36% YoY แต่เพิ่มขึ้น 63% QoQ ซึ่งสูงกว่าประมาณการของเราคิดเป็น 13% เนื่องจากส่วนแบ่งกำไรจากจีเอฟเอ็นและแม็คคีย์ที่สูงกว่าคาดอย่างมาก เราใช้สมมติฐานก่อนหน้าสำหรับกำไรสุทธิของจีเอฟเอ็นที่ 5 ล้านบาทและกำไรสุทธิของแม็คคีย์ที่ 45 ล้านบาทเท่านั้นสำหรับในไตรมาส 3/58 (เทียบกับกำไรสุทธิจริงไตรมาส 3/58 ของจีเอฟเอ็นและแม็คคีย์ที่ 105 ล้านบาทและ 88 ล้านบาทตามลำดับ) รายได้รวมและอัตรากำไรขั้นต้นถือว่าเป็นไปตามคาด

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ

กำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมาก YoY เนื่องจากปริมาณยอดส่งออกที่ลดลง (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ไก่สดแช่แข็ง) ขาดทุนสุทธิจากการขายผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนในประเทศ อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง และกำไรสุทธิที่ลดลงของจีเอฟเอ็น จีเอฟเอ็นรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/58 ที่ 105 ล้านบาท ลดลง 35% YoY (แต่พลิกกลับจากขาดทุนสุทธิไตรมาส 2/58 ที่ 26 ล้านบาทเนื่องจากสัดส่วนผลิตภัณฑ์ไก่ปรุงสุกที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่สัดส่วนผลิตภัณฑ์ไก่สดแช่แข็งลดลงถ้าเทียบกับสัดส่วนปริมาณยอดส่งออกทั้งหมดของจีเอฟเอ็น) กำไรสุทธิไตรมาส 3/58 ของแม็คคีย์เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 44% YoY และ 102% QoQ ไปเป็น 88 ล้านบาทเนื่องจากปริมาณยอดส่งออกที่เพิ่มสูงขึ้น

ปริมาณยอดส่งออกเฉลี่ยของ GFPT ในไตรมาส 3/58 อยู่ที่ 5,300 ตัน ลดลง 24% YoY (เนื่องจากปริมาณยอดส่งออกไก่สดแช่แข็งไปยังอียูที่ลดลง) และทรงตัว QoQ ไก่สดแช่แข็งที่ส่งออกจากประเทศบราซิลถือว่ามีราคาถูกว่าไก่สดแข็งจากประเทศไทยอย่างมากในไตรมาส 3/58 เนื่องจากค่าเงินเรียลของบราซิลที่ทำสถิติอ่อนค่าลงต่ำที่สุดถ้าเทียบกับค่าเงินยูโรและค่าเงินเยนในเดือนก.ย.2558 ราคาไก่ส่งออกเฉลี่ยในไตรมาส 3/58 อยู่ที่ 4,200 เหรียญต่อตัน ทรงตัว YoY และ QoQ เนื่องจากสัดส่วนการส่งออกเน้นไปยังไก่ปรุงสุกมากกว่าไก่สดแช่แข็ง รายได้จากการขายเนื้อไก่ลดลง 11% YoY จากรายได้ชิ้นส่วนในประเทศและส่งออกที่ลดลง รายได้จากการขายอาหารสัตว์ลดลง 12% YoY จากยอดขายอาหารกุ้งและอาหารปลาที่ลดลง ธุรกิจเนื้อไก่รายงานขาดทุนจากการดำเนินงานที่ 52 ล้านบาทในไตรมาส 3/58 เทียบกับกำไรจากการดำเนินงานที่ 124 ล้านบาทในไตรมาส 3/57 แต่ขาดทุนลดลง 50% QoQ กำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจอาหารสัตว์ลดลง 7% YoY และ 11% QoQ


แนวโน้ม

เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/58 ที่ 270 ล้านบาท ลดลง 27% YoY (เนื่องจากปริมาณยอดส่งออกที่ลดลงและราคาขายชิ้นส่วนในประเทศที่ยังคงปรับตัวลดลง) และ 17% QoQ (เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่น) ราคาต้นทุนข้าวโพดที่อ่อนตัวลงและราคาต้นทุนกากถั่วเหลืองที่ทรงตัวถือได้ว่าเป็นปัจจัยบวกต่องบไตรมาส 4/58 เราใช้สมมติฐานปริมาณยอดส่งออกของ GPFT ในไตรมาส 4/58 อยู่ที่ 5,000 ตัน (ลดลง 18% YoY และ 6% QoQ) เราคาดว่ากำไรสุทธิของจีเอฟเอ็นมีแนวโน้มอยู่ที่ 60 ล้านบาทในไตรมาส 4/58 เพิ่มขึ้น 6% YoY แต่ลดลง 43% QoQ เราแนะให้นักลงทุนมองข้ามกำไรสุทธิไตรมาส 4/58 และหันไปดูกำไรสุทธิที่จะฟื้นตัวในปี 2559 แทน

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

เราปรับประมาณการกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอีก 13% สำหรับปี 2558 (เป็น 1.01 พันล้านบาท) และเพิ่มขึ้นอีก 7% สำหรับปี 2559 (เป็น 1.26 พันล้านบาท) เพื่อสะท้อนกำไรสุทธิไตรมาส 3/58 ที่ออกมาสูงกว่าคาดและอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น (จาก 10.4% ไปเป็น 11.1% ในปี 2558 และจาก 11.6% ไปเป็น 12% ในปี 2559) ส่งผลให้เราทำการปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นอีก 6% (ไปเป็น 14 บาท)

คำแนะนำ

เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ เนื่องจากประเด็นการฟื้นตัวของกำไรสุทธิในปี 2559 ซึ่งจะได้รับปัจจัยหนุนจากปริมาณยอดส่งออกและการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัว รวมถึงราคาไก่ในประเทศที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากอุปทานไก่ที่คาดว่าจะตึงตัวมากขึ้นในปี 2559 เนื่องจากภาวะการขาดแคลนปู่ย่าพ่อแม่พันธุ์ไก่