วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังเตรียมเสนอปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบสิ้นปี

"สมชัย" เผย กระทรวงการคลังเเตรียมเสนอปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบภายในสิ้นปี แย้มปรับฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่ำกว่า 35%

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ปาฐกถาพิเศษในการเสวนา “ปฏิรูปภาษี ทำให้ดี มีแต่ได้” จัดโดยมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาภาษีอากร และศูนย์วิจัยกฎหมายและการพัฒนา คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า ปัจจุบันคนไทยยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษี 10.9 ล้านคน แต่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ต้องเสียภาษี 6.6 ล้านคน จึงมีผู้เสียภาษีเพียง 4 ล้านคน ขณะที่เอกชนจดทะเบียนกระทรวงพาณิชย์ 1.18 ล้านราย ดำเนินกิจการ 600,000 ราย แต่เสียภาษีเพียง 300,000-400,000 ราย ขณะที่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จัดอันดับไทยมีศักยภาพการจัดเก็บภาษีอันดับที่ 62 จากทั้งหมด 167 ประเทศ โดยไทยมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีร้อยละ 17.2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ( จีดีพี) ขณะที่ศักยภาพการจัดเก็บภาษีจริงควรเป็นร้อยละ 21-22 ของจีดีพี

ทั้งนี้ รัฐบาลจึงมีนโยบายให้กระทรวงการคลังศึกษาแนวทางปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบ คณะกรรมการปฏิรูประบบภาษีของกระทรวงการคลังเตรียมสรุปผลศึกษาทั้งระบบเสนอโครงสร้างอัตราภาษี และแนวทางในการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่ให้แก่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ภายในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อให้โครงสร้างภาษีใหม่บังคับใช้ภายในปี 2559 เนื่องจากฐานรายได้ภาษีมาจากการบริโภคมีสัดส่วนร้อยละ 57 จากฐานเงินได้นิติบุคคลและบุคคลธรรมดาร้อยละ 42 จากด้านทรัพย์สินมีเพียงร้อยละ 1 นับว่าน้อยมาก จึงต้องเดินหน้าจัดเก็บภาษีจากฐานทรัพย์สินเพิ่ม เนื่องจากไทยเริ่มเข้าสู่สังคมวัยชราและต้องมีภาระด้านการศึกษา

ดังนั้น จึงต้องการเสนอปรับอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ต่ำกว่าร้อยละ 35 เพื่อแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ ยังปรับประสิทธิภาพจัดเก็บภาษี ด้วยการดึงเอสเอ็มอีทำบัญชีเดียวทั้งยื่นกู้และแสดงแบบเงินได้ต่อกรมสรรพากร รวมทั้งการใช้ระบบ e-payment เพื่อให้การใช้จ่ายส่วนใหญ่ของประชาชนหันมาใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ทุกคนเข้าสู่ระบบและขยายฐานภาษีได้มากขึ้น คาดว่า 2 แนวทางดังกล่าวสามารถดึงรายได้นับแสนล้านบาทเข้าสู่รัฐ โดยไม่ต้องมีการเพิ่มอัตราการจัดเก็บภาษีอื่น เช่น การขยับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มจากปัจจุบันร้อยละ 7 เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนมีภาระเพิ่มขึ้น