วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BCP - ถือ

กำไรไตรมาส 3/58 เป็นไปตามคาด แนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่องในไตรมาส 4/58

เป็นไปตามคาด

BCP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/58 ที่ 432 ล้านบาท ลดลง 13% YoY และ 85% QoQ หากไม่รวมขาดทุนจากสต็อกน้ำมันที่ 1,415 ล้านบาท, ขาดทุนจากธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน 44 ล้านบาทและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 322 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 3/58 จะอยู่ที่ 2,179 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% YoY แต่ลดลง 6% QoQ ตัวเลขดังกล่าวเป็นไปตามที่เราและตลาดคาดการณ์

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ

ปัจจัยหลักเบื้องหลังการหดตัวของกำไรสุทธิคือ การขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน แต่ปัจจัยที่หนุนการเติบโตของผลประกอบการหลัก YoY ได้แก่ 1) อัตราการใช้กำลังการกลั่นที่สูงขึ้น (เพิ่มขึ้น 20% YoY เป็น 117 พันบาร์เรล/วัน), 2) ค่าการกลั่นตลาดที่ขยายตัว (เพิ่มขึ้น 14% YoY ที่ 7.9 เหรียญดอลลาร์/บาร์เรล), 3) ปริมาณขายผ่านช่องทางการตลาดที่สูงขึ้น (เพิ่มขึ้น 4% YoY เป็น 1,272 ล้านลิตร) ในขณะที่ ปัจจัยเบื้องหลังการหดตัวของผลประกอบการ QoQ ได้แก่ 1) ค่าการกลั่นตลาดที่ลดลง (ลดลง 24 % QoQ), 2) ปริมาณขายผ่านช่องทางการตลาดที่ลดลง (ลดลง 6% QoQ) จากผลของโลว์ซีซั่น, 3) ส่วนแบ่งกำไรที่ต่ำลงจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดย EBITDA อยู่ที่ 692 ล้านบาทในไตรมาส 3/58 ลดลง 6% QoQ จากปริมาณขายไฟฟ้าและราคาขายที่ต่ำลง และ 4) ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจพลังงานชีวภาพที่ลดลง EBITDA อยู่ที่ 64 ล้านบาท ลดลง 36% QoQ จากปริมาณขายที่อ่อนตัวลงและอัตรากำไรขั้นต้นที่บางลง

แนวโน้ม

ค่าการกลั่นตลาด Singapore benchmark ตั้งแต่ต้นไตรมาส 4/58 จนถึงปัจจุบันเพิ่มขึ้น 15% YoY และ 17% QoQ มาอยู่ที่ 7.2 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากช่วงไฮซีซั่นของอุปสงค์ของดีเซลและส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินที่แข็งแกร่ง ส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 25% QoQ มาอยู่ที่ 13.5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในขณะที่ ส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยอ่อนตัวลงเพียง 10% เป็น 17.3 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แม้ว่าจะอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่น นอกจากนี้อัตราการใช้ กำลังการกลั่นคาดเพิ่มขึ้น 14% YoY มาอยู่ที่ 117 พันบาร์เรลต่อวัน และปริมาณขายผ่านช่องทางการตลาดคาดสูงขึ้น QoQ จากผลของไฮซีซั่น ดังนั้น เราคาดผลประกอบการหลักในไตรมาส 4/58 ขยายตัวทั้ง YoY และ QoQ


สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

ในขณะที่เรายังคงประมาณการกำไรหลักปี 2558 ที่ 9,017 ล้านบาทไม่เปลี่ยนแปลง เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 เพิ่มขึ้น 48% ที่ 6,308 ล้านบาท จากสมมติฐานการขาดทุนจากสินค้าคงคลังที่อนุรักษ์นิยมมากเกินไปของเรา ทั้งนี้ เราคิดว่า ยังมีอัพไซด์ต่อประมาณการผลประกอบการหลักปี 2558 หากค่าการกลั่นตลาด Singapore benchmark ยังทรงตัวที่ระดับในปัจจุบันไปจนถึงสิ้นปี 2558

คำแนะนำ

แม้ค่าการกลั่นตลาดจะมีแนวโน้มทรงตัวไปจนถึงปีหน้า แต่เราคาดว่าน่าจะไม่สูงขึ้นอีก ดังนั้น เรามองว่าไม่มีปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ทรงตัว ประกอบกับมูลค่าหุ้นที่ยังถูกอยู่ ที่ค่า PER สิ้นปี 2559 ที่ 8.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 10.3 เท่าอยู่ 0.4 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน พร้อมด้วยอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 5.2% (เทียบกับค่าเฉลี่ยของบริษัทโรงกลั่นในอาเซียนที่ 3.4%) น่าจะทำให้ความเสี่ยงขาลงของราคาหุ้นมีค่อนข้างจำกัด